…..คุณเคยเป็นมั้ย กับสถานการณ์แบบนี้ ที่ต้องเลือกระหว่าง “แฟน กับ กิ๊ก“ แน่นอนค่ะว่า คุณก็จะต้องเลือกแฟนอยู่แล้ว เพราะอะไรน่ะหรอคะ ลองมาดูหลากหลายความเห็นของคนมีกิ๊ก กันดีกว่าค่ะ
…..และนี่ก็คงจะเป็นหลากหลายความคิดเห็น ของคนที่ยอมรับว่ามี “กิ๊ก” บางความเห็นก็น่ากลัวเหมือนกันว่า ถ้านี่เป็นความคิดของคนรุ่นใหม่แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับสังคมของเรา แม้กระทั่งการสำรวจพฤติกรรมทางเพศของคนทั่วโลกที่กระทำกันทุกปี ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมหลายใจ หรือมีหลายรัก โดยเมื่อถามว่า…..
…..“คุณมีพฤติกรรมที่มีคนรักแล้ว แต่ไปมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นโดยไม่ยอมบอกให้คนรักรู้ตัวบ้างไหม” จะเรียกว่า พฤติกรรมนอกใจหรือหลายรักก็คิดเอาเอง แต่ก็คล้ายๆ กับถามว่า คุณมี “กิ๊ก” หรือเปล่านั่นเองค่ะ ผลออกมาน่าตกใจตรงที่ หญิงสาวอายุ 20-25 ปี ชาวไทยครองแชมป์ชนะเลิศในกรณีนี้ …ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเป็นความจริง เพราะการสำรวจในครั้งนั้นทำการสำรวจผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องเจอกันระหว่างคนถามกับคนตอบ ก็แปลว่า ถ้าให้เกียรติคนตอบว่า …ตอบตามความจริง
…..ผู้หญิงกับผู้ชายนั้นเท่าเทียมกันแล้ว ในเรื่องของการมีหลายรัก หรือมีรักเผื่อเลือก… รักสำรอง ไม่ว่าจะเรียกอะไร“กิ๊ก” หรือไม่ใช่ “กิ๊ก” ก็ตาม แต่ห้ามเรียกว่าเป็น…“แฟนฉัน” ต้องขอบอกเลยค่ะว่า ในยุคที่ไม่มีทางรู้ว่าตัวเองนั้นเป็น “แฟน” หรือเป็น “กิ๊ก” กันแน่ แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรดี
…..ก่อนอื่นก็ต้องรู้ก่อนว่า กิ๊กนั้นหมายถึง ใครสักคนที่ลึกซึ้งกว่าคำว่าเป็น “เพื่อน” แต่ยังไม่ซาบซึ้งขนาดยอมรับว่าเป็นคนรักหรือ “แฟน” แล้ว “กิ๊ก” นี้จะมีพร้อมๆ กับมีแฟนตัวจริงก็ได้ หรือจะมีแต่ “กิ๊ก” หลายๆ คนก็ได้ จะมีความสัมพันธ์แค่เป็นเพื่อนผู้รู้ใจไว้คุยกัน ปรับทุกข์กัน หรือปรึกษาหารือกันในเรื่องราวต่างๆ ที่อยากจะปรึกษากัน…หรือจะมีความสัมพันธ์ที่ซาบซึ้งทางกายด้วยเพียงภายนอกก็ได้ แน่นอนว่า อาจจะถึงขั้นมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งประเภทเนื้อแนบเนื้อ และทุกสัดส่วนหลอมรวมกันเลยก็ได้ เช่นเดียวกับที่มีกับคนรักหรือแฟน
…..ห้าม!!! ห้ามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ห้ามมีความผูกพันที่ลึกซึ้งเกินไป และห้ามคิดครอบครองอย่างเด็ดขาด เพราะมีไว้แค่เป็น… ตัวสำรอง ไว้เผื่อเลือก หรือแค่มีไว้ปลอบใจเวลาโดนแฟนทิ้งก็ไม่รู้…!
…..การจะมีชีวิตอย่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในยุคที่อะไรต่อมิอะไรก็ไม่แน่นอนเช่นยุคนี้ จึงเป็นศาสตร์และศิลป์ที่จะต้องเรียนรู้
.….เลิกก่อนเลิกหลัง ถึงเป็นแฟนกัน ก็อาจจะไม่ได้แต่งงานกันในอนาคต อาจจะต้องเลิกรากันไปก่อนเวลานั้นก็ย่อมได้ และจะเชื่อบ้างไหมว่า เดี๋ยวนี้ผู้หญิงยุคใหม่บอกเลิกกับผู้ชายก่อนแล้ว ถ้าไม่ถูกใจหรือไม่ตรงสเปค
…..แฟนกันก็ใช่ว่าจะไม่มี คุณแน่ใจมากแค่ไหนกันคะ ถึงเป็นแฟนกัน แต่ก็ไม่แน่นะคะ เพราะแต่ละคนอาจจะมี “กิ๊ก” อยู่ด้วย แต่ไม่ยอมเปิดปากออกมาให้รับรู้ เพราะในยุคที่การติดต่อสื่อสารไร้พรมแดนแบบนี้ ความก้าวไกลทางข้อมูลก็เกิดขึ้นง่าย การปกปิดก็จะถูกค้นพบได้ยากขึ้น ควรทำตัวเป็นคนไม่ยึดมั่นถือมั่นมากนัก คิดเสียว่าถ้าเป็นเนื้อคู่แล้วย่อมไม่แคล้วกัน ถ้าเป็นคู่กรรมก็ขอให้ล้มหายตายจากไปแต่เร็วไว ใครเป็นคู่แท้ก็ขอให้เจอกันเร็วๆ หน่อยก่อนที่จะสิ้นหวังไปนะคะ
…..อย่าคิดว่ารักยั่งยืน การที่คุณเลือกมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ถึงขนาดที่ว่าเป็นเพศสัมพันธ์นั้น นั่นไม่ได้หมายความว่า ความรักของคุณกับเค้าจะยั่งยืน อยู่นานเสมอไปค่ะ และที่สำคัญ คุณจะต้องคิดไว้ว่า อวัยวะบางสิ่งบางอย่างไม่ได้เป็นของใช้ส่วนตัวของคุณ เพราะอาจจะเป็นของสาธารณะที่ใช้ร่วมกันก็ได้ใครจะรู้ (เค้าผ่านอะไรมาบ้างคุณก็ไม่อาจรู้ได้หรอกค่ะ)
…..เพศสัมพันธ์ลึกซึ้ง จำเป็นมากนะคะที่คุณจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ถ้าคิดจะร่วมรักกับใครสักคน ชวนกันไปตรวจเลือดก่อนดีกว่าว่า มีโรคภัยไข้เจ็บที่จะถ่ายทอดถึงกันไหม การตรวจก่อนแต่งไม่พอแล้วค่ะสำหรับในยุคนี้ ต้องตรวจก่อนมีเซ็กซ์กัน หรือถ้าหากยังไม่แน่ใจ ให้คิดถึงความปลอดภัยไว้ก่อน การแสวงหาความสุขทางกายเสมอๆ นะคะ จำไว้เลยว่า ครั้งเดียวก็สามารถทำให้คุณติดเอดส์ได้นะคะ…เตือนแล้วนะคะ ถ้าหากว่าคุณไม่เชื่อ ก็ตัวใครตัวมันแล้วกัน
…..เลือกอยู่เป็นโสด จึงกลายเป็นเรื่องที่ทันสมัยขึ้นมาอีกครั้ง เพราะในยุคที่ไม่สามารถจะมั่นใจอะไรๆ ได้แบบนี้ การเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง และมีความสุขในความเป็นตัวของตัวเอง น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสม ปลอดภัย
…..อยากคุณสาวๆ ทั้งหลาย คิดไว้เสมอค่ะว่า รักแท้ยังรอคุณอยู่เสมอ อย่ารีบร้อนเกินไป คุณจะต้องรู้จักรอบ้าง คุณจะได้ไม่เป็นแค่กิ๊ก…หรือตัวสำรองของเค้าค่ะ
.มรามาทที่มา http://women.mthai.com/rate-dating/79353.html
รัก 3 เศร้า เลือกรักตัวเองดีกว่า la0n
ตอบลบ