กบน้อย คุยเรื่อง "ความรัก"

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

แบบทดสอบจิตวิทยา


แบบทดสอบจิตวิทยา
บางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ

UploadImage

แบบทดสอบจิตวิทยา ง่ายๆนี้ จะบอกสิ่งที่ซ่อนไว้ในตัวคุณ แต่ขอบอกไว้ซะก่อนว่า คุณอาจจะชอบ หรือไม่ชอบสิ่งที่คุณจะอ่านต่อไปนี้ก็ได้ และอย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเพียงบางสิ่งที่ซ่อนไว้ ไม่ใช่ทั้งหมดของบุคลิกภาพของคุณ แต่หวังว่าเมื่ออ่านแล้ว คุณจะได้ประโยชน์บ้าง ในการที่จะปรับเปลี่ยนบางสิ่งเพื่อความสุขของตัวเองได้

เรามาเริ่มกันเลยนะคะ ให้คุณมองดูรูปภาพทั้ง 9 แบบนี้ แล้วบอกว่าภาพไหนดึงดูดใจของคุณที่สุดในเวลานี้
UploadImage
เลือกให้ได้ก่อนที่จะดูเฉลย แบบทดสอบ นะคะ

เลือกแล้วก็มาดูกันเลย
.
.
.
.
.
.
UploadImage แบบ A - สิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณคือ ความอ่อนไหว
คุณเป็นคนที่มีชีวิตชีวา เร้าใจ และร่าเริง มีบุคลิกภาพที่เก่งกล้า และมักแอบขุ่นเคืองคนที่ทำให้คุณต้องปรับระดับสิ่งเหล่านี้ให้ลดน้อยลง
ภายใต้สิ่งนี้ คุณมีแรงขับจากความต้องการเป็นที่สนใจและการยอมรับ คุณอยากรู้สึกเป็นคนพิเศษตลอดเวลา บางครั้งคุณแอบอิจฉาคนอื่น และมีความรู้สึกไม่มั่นคง
...........................
UploadImage แบบ B - สิ่งที่ซ่อนไว้ในตัวคุณคือความหวาดหวั่น
ปกติแล้วคุณเป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างสมดุล สงบ และ เป็นคนจริงใจ คุณเป็นคนที่ดำเนินชีวิตอย่างกลมกลืน ดังนั้นสิ่งที่คุณกลัวที่สุดคือความยุ่งยาก ยุ่งเหยิง
และภายใต้สิ่งเหล่านี้ คุณจึงกลัวว่า โลกอันสวยงามของคุณจะพังทลายลง คุณจึงยอมอดทนกับสถานการณ์ที่คุณไม่ชอบ เพียงเพราะกลัวความเปลี่ยนแปลง พวกคนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบ จึงมักพบช่องทางรังควาญคุณได้
...........................
UploadImage แบบ C - สิ่งที่ซ่อนไว้ในตัวคุณคือ ภาระ
คุณเป็นคนที่ เห็นอกเห็นใจ ช่างเอาใจใส่ผู้อื่น คุณชอบให้คนอื่นมาพึ่งพาคุณ และคุณจะไม่รู้สึกดี จนกว่าคุณจะได้ช่วยใครซักคน
แต่ภายใต้สิ่งเหล่านี้ คุณเองกลับรู้สึกว่ากำลังแบกภาระของทุกๆคนอยู่ คุณกลัวว่าหากหลายคนไม่ได้รับคำแนะนำจากคุณ ชีวิตพวกของเขาจะล้มเหลว คุณจึงชอบเป็นผู้ควบคุม แม้ว่ามันจะทำให้คุณเครียดมากมาย
...........................
UploadImage แบบ D - สิ่งที่ซ่อนไว้ในตัวคุณ ก็คือ การชอบตัดสิน
คุณเป็นคนที่ฉลาด หลักแหลม และ มีสายตาที่เฉียบคม สติปัญญาของคุณช่างเฉียบแหลมจนบางครั้งก็ทิ่มแทงด้วยการกระแนะกระแหนผู้คน
ภายใต้สิ่งเหล่านี้ คุณรู้สึกเป็นภาระกับความไม่ถูกต้องหรือความโง่เขลาของบางคน คุณรู้ว่าอะไรถูกอะไรควรสำหรับโลกนี้ แต่ถูกทำให้แย่ลงด้วยสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผู้คนจะเห็นคุณเป็นคนหยิ่งยโส ทั้งๆที่จริงๆ คุณก็เป็นคนอ่อนไหวง่ายด้วยเหมือนกัน
...........................
UploadImage แบบ E - สิ่งที่ซ่อนไว้ในตัวคุณคือ ความกลัว
คุณเป็นคนที่ลึกซึ้ง มีความโรแมนติกและ มีอารมณ์ที่หลากหลาย คุณให้ความรักเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต แม้ว่าคุณจะเคยผิดหวังกับมัน กระนั้นคุณก็ไม่เคยคิดจะหยุดที่จะมีความรัก
ภายใต้สิ่งเหล่านี้ คุณกลัวว่าจะไม่เป็นที่รัก และความกลัวนี้เองที่กลับทำลายความสัมพันธ์ลงหลายครั้ง เพราะคุณกลับไม่สามารถมองเห็นความรักที่อยู่ตรงนั้นแล้วได้ คุณแอบกลัวว่าจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และการเผชิญกับความกลัวนี้ก็ยังเป็นสิ่งที่คุณรู้สึกทรมานใจอีกด้วย
...........................
UploadImage แบบ F - สิ่งที่ซ่อนไว้ในตัวคุณคือความเหงา
คุณเป็นคนที่มีเอกลักษณ์ ฉลาด และ บางทีก็ชอบวางมาด คุณเป็นคนที่ภูมิใจในตัวเอง และไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนแปลงได้ คุณจะวาดเส้นทางชีวิตของคุณเองและไปถึงเป้าหมายนั้น
แต่ภายใต้สิ่งเหล่านั้น คุณกลับรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะยากที่จะพบคนที่เข้าถึงคุณในทุกเรื่องได้ ความสนใจของเพื่อนๆและคนรอบข้างนั้นมักจะเป็นสิ่งน่าเบื่อสำหรับคุณ
...........................
 UploadImage แบบ G - สิ่งที่ซ่อนไว้ในคุณก็คือ ความแปลกแยก
คุณเป็นคนที่ห่างเหิน และ ลึกลับ ผู้คนมักรู้สึกว่าไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณ กระนั้นพวกเขาก็ยังรู้สึกว่าถูกดึงดูดด้วยแรงที่เหมือนแม่เหล็ก
ภายใต้สิ่งเหล่านี้ แม้คุณเองก็กลับไม่รู้สึกว่ารู้จักตัวเอง หรือเป้าหมายชีวิตของตัวเอง คุณมีแนวโน้มจะทำทีวางมาด ซึ่งเป็นเพียงกลไกที่จะผลักผู้อื่นให้ไกลจากคุณ และไม่ได้เป็นผลดีอะไรเลย
...........................
UploadImage แบบ H - สิ่งที่ซ่อนไว้ในตัวคุณก็คือ ความเจ้าเล่ห์
คุณเป็นคนอินโนเซนส์ น่ารัก และมีจิตใจที่อ่อนเยาว์ คนมากมายก็เห็นว่าการแสดงออกอย่างใสซื่อของคุณนั้นน่าดึงดูด อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งที่คุณก็รู้สึกเหนื่อยกับการที่ผู้คนทำเหมือนว่าคุณเป็นเด็กๆ
แต่ภายใต้สิ่งเหล่านี้นั้น คุณเองกลับชอบที่จะเป็นเด็กๆและได้รับการเอาอกเอาใจ และคุณมักหลบหลีกจากสถานการณ์ที่เป็นปัญหา คุณกลัวที่จะแก่ และ สูญเสียเสน่ห์แบบเด็กๆของคุณไป
...........................
UploadImage แบบ I - สิ่งที่ซ่อนไว้ในตัวคุณคือความไม่มั่นใจ
คุณเป็นคนมีอำนาจ มีแรงปรารถนา และโดดเด่น คุณมีวิสัยทัศน์ในการมองสิ่งต่างๆ และทำให้สิ่งต่างๆนั้นเกิดขึ้นได้ และผู้คนมักจะพึ่งพากำลังของคุณ
แต่ภายใต้สิ่งเหล่านี้ คุณกลับไม่ค่อยมั่นใจในความต้องการของคุณ มีไอเดียใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ แต่ยากที่คุณจะเลือกซักอย่าง นอกจากนี้ คุณคิดว่าความลังเลเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนแอ ดังนั้นคุณจึงมักติดตามเป้าหมายไปอย่างสุดแรงเกิด ไม่สนว่าผลของมันจะออกมาแย่ซักแค่ไหน
...........................
 
ขอบคุณข้อมูล แบบทดสอบจิตวิทยา จาก blogthings.com
content and pic from blogthings.com
จิตวิทยาทั่วไป จิตวิทยาความรัก แบบทดสอบจิตวิทยา แบบทดสอบความรักสุขภาพจิต สุขภาพน่ารู้ ความรู้รอบตัว ข้อมูลน่ารู้
คลิกที่นี่เลย Get to Know Yourself by Snowy Girl


ที่มา

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

8 เหตุผล สุดฮิตในการบอกเลิก


ความรัก

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ไม่รู้ว่าใครกำลังอยู่ในโหมดเศร้าบ้างหรือเปล่า อ่านเรื่องนี้แล้วอาจจะยิ่งเศร้าไปมากกว่าเดิม เพราะเราเอาคำพูดที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากได้ยินได้ฟังมาให้ดูกัน นั่นคือ...ประโยคบอกเลิกสุดฮิตที่ถูกหยิบยกกันมาใช้บ่อย ๆ ไม่ว่าคุณเองจะเป็นฝ่ายถูกบอก เป็นคนใช้เอง หรือแค่เคยได้ยินมาเฉย ๆ ลองมาดูกันซิว่าคำบอกเลิกแบบไหนที่เจ็บที่สุด

 1. เราไม่มีอะไรเหมือนกันเลย

          คุณกับผมต่างกันมากเกินไป ช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้ผมได้รู้ว่าผมฝืนต่อไปไม่ไหวแล้ว เรา.. จบกันแค่นี้ดีกว่า

 2. ฉันรักคุณมากเกินไป

          รักคุณมากเกินไป รักมากจนจะไม่เป็นตัวของตัวเองแล้ว หากนานกว่านี้ไปฉันคงจะแย่แน่ ๆ เพราะฉะนั้น ในตอนนี้..เราเลิกกันเถอะ

 3. ขอโทษนะ ผมมีกิ๊ก

          เป็นคำพูดที่ฟังแล้วเจ็บปวดที่สุดเท่าที่ได้ยินมา แต่อย่างน้อยมันก็ยังดีที่ว่ากล้าบอกความจริง ฟังคำเจ็บ ๆ แบบนี้จะได้ตัดใจให้จบ ๆ เสียที

 4. คุณเหมาะกับใครที่ดีกว่านี้

          เป็นคำบอกเลิกที่คนพูดอยากถนอมน้ำใจอีกฝ่ายเอาไว้ ว่าที่เลิกเนี่ยเพราะมันเพราะฉันแย่เอง ไม่เหมาะกับเธอหรอก เธอเหมาะกับคนที่ดีกว่าฉันนะ อืม...มาแนว ๆ เดียวกับ "เธอดีเกินไป" นั่นเอง

 5. ผมต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง

          รักกันไม่จำเป็นต้องตัวติดกัน หรือรู้เรื่องราวทุกอย่าง ทุกซอก ทุกมุมของอีกฝ่ายก็ได้ คนเราต้องการมุมเงียบ ๆ ที่เป็นความลับและเป็นส่วนตัวบ้าง โดนบุกรุกพื้นที่ตรงนี้มาก ๆ เข้า สุดท้ายก็ทนไม่ไหวเหมือนกันนะ

 6. ผมชอบผู้ชาย / ฉันชอบผู้หญิง

          คำนี้ฟังแล้วตะลึงอึ้งกิมกี่ไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว ก็คบ ๆ กันมาตั้งนานทำไมเราดูไม่ออกนะ ว่าคนรักเราเค้าเป็นชายไม่จริงหญิงไม่แท้

 7. เรารักกันเร็วเกินไปไหม...หยุดเท่านี้ก่อนดีกว่า

          บางทีการจริงจังมากเกินไปก็ทำให้อีกฝ่ายนึกกลัวจนขอบอกเลิกได้ คงน่าอึดอัดพิกลหากคบกันแล้วคนหนึ่งคิดฝันไปไกลถึงขนาดแต่งงาน สร้างบ้าน มีลูก แต่อีกคนยังรักอิสระและกลัวการผูกมัด

 8. ผมอยากให้ความสำคัญกับเรื่องงานมากกว่า

          เขาหรือเธอคนนั้นคงอยากทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับการทำงานมากกว่า และรักครั้งนี้มันไม่เวิร์คเอาเสียเลย ถ้าจะมีความรักควบคู่ไปกับการทำงาน คงจะต้องเลือกอย่าใดอย่างหนึ่ง และเขาก็เลือกงาน !

          ไม่ว่าจะประโยคไหน ๆ ฟังแล้วก็ช้ำใจอยู่ดี ก็มันเป็นประโยคบอกเลิกนี่เนอะ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลจริง ๆ หรือว่าเป็นแค่ข้ออ้างก็เถอะ ถ้าใครมีประโยคที่เจ็บกว่านี้ลองมาแชร์กันนะครับ... ฮือ ผมหลบไปเลยแผลใจก่อนดีกว่า T_T

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

ความสัมพันธ์ระหว่าง เพื่อนกับคนรัก อย่างไหนดีกว่ากัน


ความสัมพันธ์ระหว่าง เพื่อนกับคนรัก อย่างไหนดีกว่ากัน
.
love my friends.
คุณสาวๆ women.mthai คิดว่าความสัมพันธ์แบบไหนยั่งยืน คงทนกว่ากันคะ ระหว่าง เพื่อนที่ดี หรือคนรัก…
…..คุณเคยคิดบ้างมั้นคะ ว่าถ้าเราเรามีเพื่อนคู่คิด เพื่อนข้างกาย ที่ดีแสนดี ดีซะจนบางครั้งคุณก็แอบคิดว่า ถ้าเค้าเป็นเพื่อนที่แล้ว เค้าคนนั้น จะเป็นคนรักที่ดีได้มั้ย เค้าจะดูแลเราเหมือนตอนที่เป็นเพื่อนรึป่าวน๊า…แล้วเราคบกัน ใช้ความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อน มันจะเป็นความรักที่สมบูรณ์แบบได้หรือไม่…นี่คงเป็นคำถามของใครหลายๆ ที่กำลังแอบรักเพื่อนสนิท มิตรคู่กายอยู่
…..คุณทราบมั้ยคะ ว่าอะไรคือข้อแตกต่างระหว่ามิตรภาพและความรัก เพื่อน กับ เพื่อนที่ดี คุณคิดว่าอย่างไหน เป็นไปได้มากกว่ากันคะ ไม่ว่าใครก็เป็นของคุณได้ แต่สำหรับเพื่อนที่ดีนั้น เค้าจะมีองค์ประกอบ ที่แตกต่างและเด่นชัดกว่าเพื่อนที่เราคบด้วยทั่วไปค่ะ
  เอาใจใส่มากกว่าเพื่อนคนอื่น
  พร้อมที่ให้ความช่วยเหลืออย่างทันที
  ร่วมแบ่งปันความคิดเห็น
  เข้าใจและรับในสิ่งที่เราทำ
  ไม่ว่ามีเรื่องอะไร สามารถพึ่งพาอาศัยได้
…..นั่นคือคุณสมบัติของเพื่อนที่ดี แต่…ไม่ใช่ว่า เค้าคนนั้นจะเป็นคนรักที่ดีได้นะคะ เพราะความรักจะเกิดขึ้นและสร้างแรงดึงดูดระหว่างคน 2 คน
…..ความสัมพันธ์แบบเพื่อนและคนรัก อาจจะดูว่าคล้ายคลึงกันมาก แต่คุณทราบมั้ยคะว่า มันช่างแตกต่างกันมากๆ เลยทีเดียวค่ะ ถ้าคุณคิดจะสานสัมพันธ์รักระหว่างคุณกับเพื่อน คุณคงต้องใช้เวลาคิดใหม่ซะแล้วล่ะค่ะ เพราะมันจะทำให้คุณเสียเพื่อนที่ดีคนนึงไปเลยก็ได้นะคะ และที่สำคัญ เพื่อนที่ดีของคุณ อาจจะไม่ใช่คนรักที่ดีของคุณ อย่างที่คุณคิดเอาไว้ก็ได้ค่ะ
…..ถ้าคุณไม่อยากเสียเพื่อนที่ดีไป อย่าเลยนะคะ ที่จะคิดเลยเทิดกับเพื่อนของคุณ เว้นช่องว่างความรู้สึกระหว่างเพื่อน กับ คนรักเอาไว้ดีกว่าค่ะ ยังมีคนที่ดีพอและพอดีกับคุณอยู่อีกมากมายเลยนะคะ
.
เรียบเรียงโดย women.mthai

ทายนิสัยจากการเปลื้องผ้า


SEX,XXX,เซ็ก,เซ็กส์,เซ็กซ์,ประสบการณ์,ความรัก,ร่วมเพศ,เทคนิคบนเตียง,เรื่องบนเตียง,ร่วมรัก,เพศ,รัก,XX


รู้หน้า ไม่รู้ใจ แต่ถ้ารู้พฤติกรรมบางอย่าง อาจทำนายลักษณะนิสัยส่วนตัวได้

มาดูกันว่า วิธีการเปลื้องผ้าของคุณ สามารถบอกนิสัยอะไรเราได้บ้าง

1. คุณเลือกวิธีถอดผ้า แล้วกองไว้ทั่วห้อง แสดงว่าคุณเป็นคนร่าเริง เฮฮา รักความสนุกสนาน มีความคิดเสรี และมีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ค่อยแคร์ใคร ใครจะคิดอย่างไรก็ช่างเขา ก็ชีวิตนี้เป็นของคุณนี่น่า แม้ว่าห้องนอนของคุณจะรกหน่อย แต่คุณก็มีความสุขเสมอ

2. คุณเลือกวิธีเปลื้องผ้าโดยถอดแต่ละชิ้น แล้วเก็บเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ แสดงว่าคุณเป็นคนที่จริงจังกับชีวิต เป็นคนที่รักความสงบ ใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบ เป็นขั้นตอน ระมัดระวัง คุณยึดหลักป้องกันไว้ดีกว่าแก้

3. คุณเลือกถอดรองเท้าและถุงเท้า แล้วจัดเก็บก่อนเสมอ แสดงว่าคุณเป็นขี้อาย แต่ช่างสังเกต คุณจึงรู้จักคนอื่นมากกว่าที่เขาคิด คุณเป็นคนที่ระมัดระวังในการใช้ชีวิต คุณจึงใช้เวลาในการตัดสินใจนาน และมักจะทำงานอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นตอน และก็ทุ่มเท

4. คุณค่อย ๆ เปลื้องผ้าทีละชิ้น แต่เป็นไปอย่างช้า ๆ สบาย ๆ บางครั้งคุณอาจถอดเสื้อตัวนอกหรือเสื้อเชิ๊ตก่อน แล้วอีกเกือบสิบนาทีคุณจึงจะถอดกางเกง แสดงว่าคุณมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง มีความคิดเป็นตัวของตัวเอง ฉลาดหลักแหลม ช่างคิด และมักชอบแก้ปัญหายาก ๆ คุณไม่ชอบชีวิตที่เร่งรีบ หรือการทำงานที่เร่งด่วน คุณชอบชีวิตที่เป็นอิสระ มีเวลาเป็นของตัวเอง


5. คุณเลือกวิธีเปลื้องผ้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แสดงว่าคุณเป็นคนที่แคร์ความคิดของคนอื่น และมักจะสับสนกับความต้องการของตัวเอง คุณจะเป็นคนที่ดูยุ่ง ๆ อยู่เสมอ จึงเครียดได้ง่ายเพราะชอบคิดทีละหลายเรื่อง หรือทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน และมีความคาดหวังสูงคุณควรทำชีวิตให้ช้าลงสักนิด หากคุณจะทำอะไรพลาดไปบ้าง คิดเสียว่าเป็นเรื่องปกติ (เพราะคุณไม่ใช้มิสเพอร์เฟคสักหน่อย) จะช่วยให้คุณเครียดน้อยลง

6. คุณเลือกถอดเครื่องประดับ จำพวก แหวน ตุ้มหู สร้อยคอ หรือนาฬิกาก่อนแสดงว่าคุณเป็นคนที่อบอุ่น โรแมนติด ช่างฝัน(หวาน) และอ่อนไหวง่าย บ่อยครั้งที่มักเกรงใจคนอื่น แต่ก็เป็นคนที่มีคำแนะนำดี ๆ ให้กับเพื่อนฝูงเสมอ

7. คุณไม่มีวิธีการเปลื้องผ้าที่แน่นอน แต่ละวันมักทำไม่ซ้ำกัน แสดงว่าคุณเป็นคนที่กระตือรือร้นสูง รักความสนุกสนาน แอ๊คทีฟ ชอบการผจญภัย กล้าเสี่ยง และเป็นสาวสังคม

เป็นแบบไหน เช็คดูเลย


ภาพประกอบจาก www.photos.com

กิ๊ก กับ แฟน จะเลือกใครดีน๊า…?


love
…..คุณเคยเป็นมั้ย กับสถานการณ์แบบนี้ ที่ต้องเลือกระหว่าง “แฟน กับ กิ๊ก แน่นอนค่ะว่า คุณก็จะต้องเลือกแฟนอยู่แล้ว เพราะอะไรน่ะหรอคะ ลองมาดูหลากหลายความเห็นของคนมีกิ๊ก กันดีกว่าค่ะ
 “กิ๊กนี่มีไว้ยังงั้นๆ แหละ เวลาเหงาๆ ไม่มีแฟนคุยด้วยก็คุยกับกิ๊กแทน เพราะบางเรื่องพูดกับแฟนไม่ได้เหมือนกัน แต่กับกิ๊กนี่พูดกันได้ทุกเรื่อง ปรึกษาได้เรื่องได้ราวมากกว่า แต่ก็ไม่คิดจะเอากิ๊กมาเป็นแฟนหรอกนะ”
 “ยังไม่มีแฟนหรอกค่ะ แค่มีกิ๊กอยู่ 2-3 คนเท่านั้น ไม่ได้มีพันธะผูกพันอะไรกันมากนัก นอกจากเป็นคนสนิทเท่านั้นเอง เดี๋ยวนี้ไม่อยากจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน เพราะต้องเสียเวลาเอาอกเอาใจ ต้องรับผิดชอบความรู้สึกและอารมณ์ของแฟน แถมมีแฟนของเพื่อนหลายต่อหลายคน ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของจนไม่เป็นตัวของตัวเอง”
 “มีกิ๊กดีกว่าเยอะ มาสั่งให้เราทำโน่นทำนี่ไม่ได้ และเราก็ไม่ต้องคอยไปเอาอกเอาใจด้วย มีใจเมื่อไหร่ก็มาพูดคุยกัน ไปเที่ยวกัน แค่ระวังไม่ให้อะไรต่อมิอะไรเกินเลยไป จนควบคุมไม่ได้ก็พอ”
 “มีแฟนแล้วครับ แต่แฟนเล่นตัวมากและงอนเก่ง จนบางครั้งหงุดหงิด และคิดว่าในอนาคตบางทีก็อาจจะไปด้วยกันไม่ได้ เลยต้องแอบหากิ๊กเอาไว้อีกคนหนึ่งไม่ให้แฟนรู้ พอเลิกรากับแฟนไป อย่างน้อยก็ยังมีกิ๊กเป็นตัวสำรองอยู่”
 “แฟนหนุ่มนะคะ ได้แล้วก็ทำเฉยๆ ไม่ค่อยอินังขังขอบเหมือนก่อนที่จะได้เราเท่าไหร่ เลยเกิดความไม่แน่ใจว่าจะโดนเขาทิ้งไปหลังจากได้เราหรือเปล่า เพราะเพื่อนๆ ก็โดนกันบ่อย เลยคิดว่าถ้าแอบมีกิ๊กไว้อีกคน เอาไว้กุ๊กกิ๊กกันเล่นๆ “
 “อย่างกิ๊กนี่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร น่าจะดี เราก็ไม่ต้องไปเอาใจเขา เขาก็ไม่มีข้อผูกพันอะไรกับเรา แค่มีความสุขและสนุกด้วยกันก็น่าจะพอใจแล้วจริงไหมคะ อย่างน้อยเวลาที่แฟนเลิกไปก็จะได้บอกเขาว่า ฉันก็ยังมีคนที่รอคอยฉันอยู่เหมือนกัน มันทำให้รู้สึกดีขึ้น และมั่นใจขึ้นน่ะค่ะ ไม่ใช่เป็นคนหลายใจหรอก แค่ทำให้เกิดความมั่นใจขึ้นเท่านั้น”
 “ที่จริงก็ไม่อยากจะทำเหมือนคนหลายใจ ที่มีนอกมีในแบบที่คนเขาว่ากันหรอกนะครับ ถึงผมจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน แบบว่าจะแต่งงานกันในอนาคตแล้ว แต่ตามประสาหนุ่มๆ น่ะ ถ้ามีโอกาสแล้วผู้หญิงเขาสมยอม ว่าจะเป็นกิ๊กของเราโดยไม่มีอะไรผูกพัน ผมว่าผู้ชายคนไหนไม่โอเคก็คงจะโง่บัดซบจริงไหมครับ”
 “แน่นอนครับ ผมไม่มีทางบอกให้แฟนผมรู้หรอก เพราะเธอไม่มีทางรับได้ ถ้าเธอรู้จะทำอย่างไรหรือครับ อ๋อก็คงจะบอกไปว่าไม่มีอะไรหรอก แค่คบเล่นๆ เท่านั้น หวังว่าเธอคงจะเข้าใจ แต่ถ้าไม่เข้าใจแล้วจะเลิกกันไป ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก ผู้หญิงไม่ได้มีคนเดียวสักหน่อย”
 “เดี๋ยวนี้ผู้หญิงผู้ชายเท่าเทียมกันนะคะ ผู้ชายแอบมีแฟนทีเดียว 2 คน ทำไมผู้หญิงเราจะแอบมีกิ๊กบ้างไม่ได้ ก็ไม่ได้มีความผูกพันหรือผูกมัดอะไรกันสักหน่อย คบกันเฉยๆ แบบว่าเป็นคนที่รู้ใจมากกว่าเพื่อนเท่านั้น”
 “อ๋อ เรื่องนั้นน่ะหรือคะ ก็ถ้ามันจะต้องมีบ้างเพื่อรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ คงจะต้องยอมบ้างเหมือนกัน ก็คนสนิทรู้ใจกันนี่นา แล้วเดี๋ยวนี้ใครๆ เขาก็ไม่ได้ซีเรียสในเรื่องแบบนั้นกันมาก แค่รักกันก็พอ จะมาถามหาพรหมจารีบ้าบออะไรอีก”
…..และนี่ก็คงจะเป็นหลากหลายความคิดเห็น ของคนที่ยอมรับว่ามี “กิ๊ก” บางความเห็นก็น่ากลัวเหมือนกันว่า ถ้านี่เป็นความคิดของคนรุ่นใหม่แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับสังคมของเรา แม้กระทั่งการสำรวจพฤติกรรมทางเพศของคนทั่วโลกที่กระทำกันทุกปี ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมหลายใจ หรือมีหลายรัก โดยเมื่อถามว่า…..
…..“คุณมีพฤติกรรมที่มีคนรักแล้ว แต่ไปมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นโดยไม่ยอมบอกให้คนรักรู้ตัวบ้างไหม” จะเรียกว่า พฤติกรรมนอกใจหรือหลายรักก็คิดเอาเอง แต่ก็คล้ายๆ กับถามว่า คุณมี “กิ๊ก” หรือเปล่านั่นเองค่ะ ผลออกมาน่าตกใจตรงที่ หญิงสาวอายุ 20-25 ปี ชาวไทยครองแชมป์ชนะเลิศในกรณีนี้ …ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเป็นความจริง เพราะการสำรวจในครั้งนั้นทำการสำรวจผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องเจอกันระหว่างคนถามกับคนตอบ ก็แปลว่า ถ้าให้เกียรติคนตอบว่า …ตอบตามความจริง
…..ผู้หญิงกับผู้ชายนั้นเท่าเทียมกันแล้ว ในเรื่องของการมีหลายรัก หรือมีรักเผื่อเลือก… รักสำรอง ไม่ว่าจะเรียกอะไร“กิ๊ก” หรือไม่ใช่ “กิ๊ก” ก็ตาม แต่ห้ามเรียกว่าเป็น…“แฟนฉัน” ต้องขอบอกเลยค่ะว่า ในยุคที่ไม่มีทางรู้ว่าตัวเองนั้นเป็น “แฟน” หรือเป็น “กิ๊ก” กันแน่ แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรดี
…..ก่อนอื่นก็ต้องรู้ก่อนว่า กิ๊กนั้นหมายถึง ใครสักคนที่ลึกซึ้งกว่าคำว่าเป็น “เพื่อน” แต่ยังไม่ซาบซึ้งขนาดยอมรับว่าเป็นคนรักหรือ “แฟน” แล้ว “กิ๊ก” นี้จะมีพร้อมๆ กับมีแฟนตัวจริงก็ได้ หรือจะมีแต่ “กิ๊ก” หลายๆ คนก็ได้ จะมีความสัมพันธ์แค่เป็นเพื่อนผู้รู้ใจไว้คุยกัน ปรับทุกข์กัน หรือปรึกษาหารือกันในเรื่องราวต่างๆ ที่อยากจะปรึกษากัน…หรือจะมีความสัมพันธ์ที่ซาบซึ้งทางกายด้วยเพียงภายนอกก็ได้ แน่นอนว่า อาจจะถึงขั้นมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งประเภทเนื้อแนบเนื้อ และทุกสัดส่วนหลอมรวมกันเลยก็ได้ เช่นเดียวกับที่มีกับคนรักหรือแฟน
…..ห้าม!!! ห้ามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ห้ามมีความผูกพันที่ลึกซึ้งเกินไป และห้ามคิดครอบครองอย่างเด็ดขาด เพราะมีไว้แค่เป็น… ตัวสำรอง ไว้เผื่อเลือก หรือแค่มีไว้ปลอบใจเวลาโดนแฟนทิ้งก็ไม่รู้…!
…..การจะมีชีวิตอย่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในยุคที่อะไรต่อมิอะไรก็ไม่แน่นอนเช่นยุคนี้ จึงเป็นศาสตร์และศิลป์ที่จะต้องเรียนรู้
.….เลิกก่อนเลิกหลัง ถึงเป็นแฟนกัน ก็อาจจะไม่ได้แต่งงานกันในอนาคต อาจจะต้องเลิกรากันไปก่อนเวลานั้นก็ย่อมได้ และจะเชื่อบ้างไหมว่า เดี๋ยวนี้ผู้หญิงยุคใหม่บอกเลิกกับผู้ชายก่อนแล้ว ถ้าไม่ถูกใจหรือไม่ตรงสเปค
…..แฟนกันก็ใช่ว่าจะไม่มี คุณแน่ใจมากแค่ไหนกันคะ ถึงเป็นแฟนกัน แต่ก็ไม่แน่นะคะ เพราะแต่ละคนอาจจะมี “กิ๊ก” อยู่ด้วย แต่ไม่ยอมเปิดปากออกมาให้รับรู้ เพราะในยุคที่การติดต่อสื่อสารไร้พรมแดนแบบนี้ ความก้าวไกลทางข้อมูลก็เกิดขึ้นง่าย การปกปิดก็จะถูกค้นพบได้ยากขึ้น ควรทำตัวเป็นคนไม่ยึดมั่นถือมั่นมากนัก คิดเสียว่าถ้าเป็นเนื้อคู่แล้วย่อมไม่แคล้วกัน ถ้าเป็นคู่กรรมก็ขอให้ล้มหายตายจากไปแต่เร็วไว ใครเป็นคู่แท้ก็ขอให้เจอกันเร็วๆ หน่อยก่อนที่จะสิ้นหวังไปนะคะ
…..อย่าคิดว่ารักยั่งยืน การที่คุณเลือกมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ถึงขนาดที่ว่าเป็นเพศสัมพันธ์นั้น นั่นไม่ได้หมายความว่า ความรักของคุณกับเค้าจะยั่งยืน อยู่นานเสมอไปค่ะ และที่สำคัญ คุณจะต้องคิดไว้ว่า อวัยวะบางสิ่งบางอย่างไม่ได้เป็นของใช้ส่วนตัวของคุณ เพราะอาจจะเป็นของสาธารณะที่ใช้ร่วมกันก็ได้ใครจะรู้ (เค้าผ่านอะไรมาบ้างคุณก็ไม่อาจรู้ได้หรอกค่ะ)
…..เพศสัมพันธ์ลึกซึ้ง จำเป็นมากนะคะที่คุณจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ถ้าคิดจะร่วมรักกับใครสักคน ชวนกันไปตรวจเลือดก่อนดีกว่าว่า มีโรคภัยไข้เจ็บที่จะถ่ายทอดถึงกันไหม การตรวจก่อนแต่งไม่พอแล้วค่ะสำหรับในยุคนี้ ต้องตรวจก่อนมีเซ็กซ์กัน หรือถ้าหากยังไม่แน่ใจ ให้คิดถึงความปลอดภัยไว้ก่อน การแสวงหาความสุขทางกายเสมอๆ นะคะ จำไว้เลยว่า ครั้งเดียวก็สามารถทำให้คุณติดเอดส์ได้นะคะ…เตือนแล้วนะคะ ถ้าหากว่าคุณไม่เชื่อ ก็ตัวใครตัวมันแล้วกัน
…..เลือกอยู่เป็นโสด จึงกลายเป็นเรื่องที่ทันสมัยขึ้นมาอีกครั้ง เพราะในยุคที่ไม่สามารถจะมั่นใจอะไรๆ ได้แบบนี้ การเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง และมีความสุขในความเป็นตัวของตัวเอง น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสม ปลอดภัย
…..อยากคุณสาวๆ ทั้งหลาย คิดไว้เสมอค่ะว่า รักแท้ยังรอคุณอยู่เสมอ อย่ารีบร้อนเกินไป คุณจะต้องรู้จักรอบ้าง คุณจะได้ไม่เป็นแค่กิ๊ก…หรือตัวสำรองของเค้าค่ะ
.มรามาทที่มา http://women.mthai.com/rate-dating/79353.html

เวลาเยียวยาความรู้สึก แต่ไม่ทำให้ทุกอย่างเหมือนเดิม


เวลา

ข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          เมื่อไหร่ก็ตามที่ "อกหัก" ... "เสียใจ" หลายคนมักบอกว่าเวลาจะเยียวยาทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะเมื่ออะไร ๆ มันผ่านไปแล้ว ความเจ็บปวดต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ เบาบางลง หรือจางหายไปในที่สุด แต่สำหรับบางคนมันกลับไม่เป็นอย่างนั้น ยิ่งนานวันยิ่งคิดถึงอดีตที่ทั้งเจ็บปวดและงดงาม

          บางคนใช้เวลาเป็นเครื่องลบเลือนความเจ็บปวด โดยอาจหลงลืมไปว่า "เวลา" มันไม่สามารถทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมได้อีกแล้ว จริงอยู่ว่าเวลาช่วยรักษาแผลใจ รักษาความรู้สึก แต่ไม่ช่วยให้ใครกลับไปแก้ไขอะไรตามที่อยากให้เป็น อาจเพราะเวลาไม่เคยเดินถอยหลัง มีแต่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่มีวันสิ้นสุด และเมื่อเวลาล่วงเลยผ่าน ไม่มีใครสามารถกลับไปทำในสิ่งที่อยากทำได้

         คงคล้าย ๆ กับเชือก ที่เมื่อขาดไปแล้วถึงจะเอากลับมาผูกติดกันใหม่ได้ แต่อย่าลืมว่ามันก็ยังมีปมเล็ก ๆ ที่ไม่ว่าจะสัมผัสเมื่อไหร่ ก็รู้สึกระคายมือเสมอ

          ในเมื่อมีโอกาสที่จะทำวันนี้ให้ดีที่สุดแล้ว ดูแลความรู้สึกกันและกันอยู่เสมอ ทำความเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่อีกคนเป็น เผื่อวันหนึ่งข้างหน้า มีอะไรเกิดขึ้นกับความรักของคุณทั้งคู่ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายเวลา เพราะคุณทำมันดีที่สุดแล้ว...แม้ชีวิตไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนในละคร แต่หากทะนุถนอม เอาใจใส่กันดี ๆ มันก็สวยงามได้

          เพราะฉะนั้น อย่ารอให้เกิดความสูญเสียก่อน ถึงจะทำให้รู้ว่า "เวลา" มีค่ามากแค่ไหน อย่าปล่อยให้อะไรมันสายเกินไป หากวันนี้ความรักของคุณยังงดงามอยู่ ก็ควรจะรักษาความสวยงามนั้นไว้ให้ดี ๆ อยากกอดต้องทำ อยากบอกรักต้องบอก หรือถ้าคุณกำลังอยู่ในภาวะอกหักรักคุด และเชื่อเถอะว่า "เวลา" จะรักษามันได้อย่างสนิทใจ เพียงแค่คุณเปิดใจยอมรับกับสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในชีวิต

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

ง้อคนรัก ให้กลับมารักกันอย่างเดิม

อคนรัก ให้กลับมารักกันอย่างเดิม

SEX,XXX,เซ็ก,เซ็กส์,เซ็กซ์,ประสบการณ์,ความรัก,ร่วมเพศ,เทคนิคบนเตียง,เรื่องบนเตียง,ร่วมรัก,เพศ,รัก,XX


ความรัก เป็นเรื่องสวยงาม เป็นเรื่องของความรู้สึกๆ ดีที่มีให้กัน แต่บางครั้งอาจมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น เมื่อไม่เข้าใจกัน อาจทำให้ความสัมพันธ์มีปัญหาได้ ครั้งสองครั้ง คงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้ามากเกินทน อาจทำให้คนรัก เกิดเหนื่อยหน่าย ไม่อยากยุ่งเกี่ยวอีก

ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นความผิดพลาดของเรา ขอให้ยอมรับผิด และเริ่มต้นใหม่ เรามีวิธีมาแนะนำให้กับคนที่กำลังมีปัญหากับคนรัก ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน เลิกหรือไม่เลิก มาให้ลองนำไปใช้กันดู

แสดงออกอย่างจริงใจ

มีใครบ้างไม่ชอบคนจริงใจ ซื่อสัตย์ ข้อสำคัญคือ อย่าโกหกปิดบัง บอกว่าทำไมคุณถึงทำผิด และคุณได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งที่ทำลงไปบ้าง และทำให้เขาหรือเธอเชื่อว่า คุณไม่สามารถอยู่ได้หากไม่มีเขาหรือเธอคนนั้น

มอบของขวัญชิ้นพิเศษ

เป็นเครื่องสื่อแทนใจ แสดงการง้อขอคืนดีได้เป็นอย่างดี ควรเลือกของขวัญที่มีความหมายพิเศษ โดยเฉพาะลองหาบางสิ่งบางอย่างที่กระตุ้น ให้เขาหรือเธอคิดถึงช่วงเวลาลึกซึ้งของพวกคุณที่มีร่วมกัน เช่น ถ้าคุณรู้ใจว่าเขาหรือเธอชอบอะไรมาก ๆ ก็ให้สิ่งนั้นเป็นของขวัญซะเลย แบบนี้จะไม่ใจอ่อนได้อย่างไร

ลองชวนออกเดทดู ว่ายังหวานอยู่หรือไม่

ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากเคยๆ ออกไปเที่ยวกันสองคนบ้าง เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นใหม่ และเป็นอีกหนทางที่จะพิสูจน์ว่าคุณยังจริงจังกับเขาหรือเธอมากแค่ไหน หรือจะสร้างบรรยากาศชวนโรแมนติก ให้เหมือนครั้งแรกรัก และทำอะไรก็ได้ที่จะทำให้เขาหรือเธอมองคุณในทางที่ดีขึ้น

ดูแลตัวเองให้ดี

คงไม่ดีแน่ ถ้าคุณตรอมใจ ยอมแพ้และปล่อยให้ผมเผ้ารุงรัง เป็นยานเพิ่ง หรือปล่อยเนื้อตัวจนหาความหล่อไม่เจอ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่งตัวให้ดูดี แบบนี้ไม่ว่าเขาหรือเธอเห็นเข้า ก็ย่อมอยากกลับไปรักคุณอีก

บอกไปว่า คุณยังรักเขาหรือเธออยู่

สำหรับผู้หญิง คำ 3 คำนี้ ยังมีความหมายเสมอ แต่ก็ไม่เสมอไป ถ้าผู้ชายทำตัวเจ้าชู้ประตูดิน และใช้คำนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แนะนำว่าอย่าใจอ่อนเด็กขาด ตัดหางปล่อยวัดไปเลย สำหรับผู้ชาย สุภาพบุรุษตัวจริงย่อมเห็นใจและให้โอกาสคุณเสมอ เว้นเสียแต่ว่าคุณหลอกเขามาไม่รู้เท่าไหร่ แน่นอนเขาก็ไม่อยากเป็นของตายของคุณ ดังนั้นสำหรับคู่รักที่มีเยื่อใยกันอยู่ ไม่มีปัญหาแบบมีมือที่ 3 4 หรือแบบที่กล่าวมา คำ ๆ นี้ยังสามารถใช้ได้อยู่จ้ะ

สะกิดใจเขาหรือเธอ ถ้าไม่กลับมารักกัน อาจพลาดอะไรดีๆ ไปก็ได้

คุณอาจเรียกร้องความสนใจ โดยทำให้เขาหรือเธอหึงก็ได้ เผื่อเขาหรือเธอคนนั้นจะกลับมาชอบคุณใหม่อีกครั้ง แต่ก็ต้องระวังสำหรับวิธีนี้ หากทำไม่ดีเขาหรือเธออาจหมั่นไส้ เกลียดขี้หน้าคุณไปเลยก็ได้ ดังนั้นถ้าจะใช้วิธีนี้ ระมัดระวังกันด้วย

ปรับความเข้าใจต่อกัน

คุณปรับตัวเป็นคนใหม่ และอยากปรับความเข้าใจ แต่อย่าใจร้อน เพราะถ้าขนาดอยากปรับความเข้าใจยังปรับความร้อนรนของตัวเองไม่ได้ ก็น่าคิดเหมือนกันว่าจะกลับไปเป็นแฟนกันอีกทีดีไหม

อย่าพูดอย่างทำอย่าง

ถ้าบอกว่ายังรักอยู่ จะปรับปรุงตัว และอยากคืนดี แต่ตัวเองกลับไม่พยายามปรับปรุงตัว หรือเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น ฝั่งโน้นก็ไม่คงไม่อยากเสี่ยงกับคุณอีก เพราะมันไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรเลย ดังนั้นนอกเหนือจากการพูดว่าคุณจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อเขาหรือเธอแล้ว ต้องปฏิบัติให้เห็นจริงด้วย

สัญญาว่าจะเป็นคนรักที่ดี

รักกันใหม่แล้วก็ยังทำผิดซ้ำๆ ย่อมเสียความรู้สึกเปล่าๆ ฉะนั้นควรทำให้เขาหรือเธอใจชื้นด้วยการสัญญา ว่าจะเป็นแฟนที่ดีตลอดไป แต่คุณต้องทำจริงๆ ด้วย เพราะโอกาสแก้ตัวไม่ได้มีให้กันบ่อยๆ หรอกนะ

ถ้าอยากให้คนรักคืนดีไว ๆ ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้ ขอให้โชคดี



ภาพประกอบจาก www.photos.com
ที่มา 
http://sex.sanook.com/romance/sorrow/sorry_44466.php

จำเป็นไหม...รักกันต้องไม่มีความลับ


ความรัก

ข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          บ่อยครั้งที่คู่รักมักถกเถียงกันด้วยเรื่องของความเป็นส่วนตัว อาจเพราะรู้สึกว่าโดนอีกฝ่ายรุกล้ำมากเกินความพอดี บ้างก็ขอพาสเวิร์ดอีเมล เช็คเฟซบุ๊ก บ้างก็โทรถามตลอดว่าทำอะไร ที่ไหน กับใคร เลยทำให้หลายคนรู้สึกอึดอัด เหมือนโดนล้ำเส้นมากเกินความจำเป็น เพราะบางเรื่องบางมุมเขาหรือเธออาจจะอยากเก็บความเป็นส่วนตัวไว้

          ซึ่งมันเป็นธรรมดา...ที่ต่างคนต่างก็มี "ความลับ" ที่ไม่ต้องการให้อีกฝ่ายรับรู้ (จริงไหม) ถึงแม้ว่าจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกหวาดระแวง เพราะการมีความลับในความรัก เท่ากับการปกปิด ไม่ซื่อสัตย์ ไม่จริงใจ โดยเหตุผลของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป...

           เขา : เรื่องบางเรื่องก็ไม่อยากบอก เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะไม่สบายใจ
           เธอ : มีอะไรทำไมไม่พูด ทำไมไม่บอก ทำไมไ่เล่า ทำไมต้องมีความลับ มันเหมือนไม่ไว้ใจกัน

          สุดท้ายเมื่อเข้าใจไม่ตรงกัน ก็กลายเป็นการทะเลาะเบาะแว้ง พร้อม ๆ กับเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย ซึ่งอาจถึงขั้นความสัมพันธ์แตกหักกันก็ได้ ทางที่ดีคุณทั้งคู่ควรตกลงเงื่อนไขของ "ความรัก"ระหว่างเราสองคน และควรเว้นช่องว่างให้กันและกัน มีจุดยืนที่หายใจได้อย่างสะดวกบ้างก็ดีนะ

          แต่อย่าลืมว่าพื้นฐานของความรัก คือ ความเชื่อใจ ความไว้ใจ ให้เกียรติ และเคารพในพื้นที่ของกันและกัน หากคุณรู้สึกว่าไม่มีความเป็นส่วนตัว ก็ควรจะหันหน้ามาคุยกัน ปรับความเข้าใจ และบอกเหตุผลว่าเพราะอะไร

          จริงอยู่ว่าทุกคนต้องการมีพื้นที่ส่วนตัวเล็ก ๆ ไว้เก็บความลับ ความทรงจำ ความชื่นชอบส่วนตัว หรือแม้แต่ความฝัน โดยไม่จำเป็นว่าต้องเปิดให้ใครเข้าไปสัมผัส แม้กระทั่งกับคนรัก แต่ในทางกลับกัน เมื่อคิดจะรักกันแล้ว ก็เท่ากับว่าเปิดรับให้ใครอีกคนเข้ามาในพื้นที่ของหัวใจ คอยแบ่งปันความคิด ความรู้สึกต่าง ๆ นานา

          ท้ายที่สุดปล่อยให้คิดซะว่า...ความรักได้มีความลับบ้าง เล็ก ๆ น้อย ๆ มันคงเป็นสีสันหนึ่งของชีวิตรัก ให้คุณทั้งคู่ได้เรียนรู้กันต่อไปเรื่อย ๆ จะดีกว่า ^__^ เอ...แล้วเพื่อนล่ะ คิดว่าจำเป็นไหม...รักกันต้องไม่มีความลับ?

kapook logo

26 วิธีดูแลคนรอบข้างอย่างได้ผล

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


            เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยเจอเหตุการณ์ที่คนใกล้ตัวกำลังตกอยู่ในภาวะเศร้า เหงา ซึม จนทำให้ที่ปรึกษา หรือคนรับฟังปัญหาอย่างเรา ๆ เป็นกังวลว่าจะมีวิธีการดูแลความรู้สึกของพวกเขาได้อย่างไรให้หายจากเรื่องทุกข์โศก ซึ่งก็ไม่ต้องคิดมากกันต่อไปนะจ๊ะ เพราะวันนี้เราได้นำข้อแนะนำดี ๆ จากเว็บไซต์ Dragosroua.com มาฝากกัน ลองมาดูกันว่า 26 วิธีดูแลคนรอบข้าง จะต้องทำอย่างไรกันบ้าง

 1. ให้การสนับสนุน

            พูดง่าย ๆ ก็เอาใจเขามาใส่เรานั่นแหละ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีเรื่องทุกข์ร้อนให้ไม่สบายใจ เราก็ต้องการที่จะมีใครสักคนมาคอยรับฟังเราและเข้าใจในปัญหาที่เราได้เจอะเจอ ดังนั้น ให้การสนับสนุนเขาด้วยการเป็นที่ปรึกษาที่ดี ใช้คำพูดที่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และช่วยเหลือเท่าที่คุณจะทำได้ จะเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ

 2. อย่ายึดความโกรธเป็นที่ตั้ง

            หลาย ๆ ครั้งเมื่อเราได้รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนรอบข้าง มีไม่น้อยเลยทีเดียวที่มีอารมณ์ร่วมไปกับผู้ที่เผชิญกับปัญหานั้น ๆ  ไม่ว่าจะโกรธ หมั่นไส้ หรืออื่น ๆ อีกมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอให้นึกเอาไว้อยู่เสมอว่าคุณเป็นคนกลาง คุณแค่รับฟังปัญหาของเขา ไม่ใช่คนที่มีปัญหาซะเอง อย่าบุ่มบ่ามหรือตัดสินใจใด ๆ เพียงเพราะมีอารมณ์ร่วมเท่านั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นจะได้ไม่บานปลายในภายหลัง

 3. ให้คำปรึกษาเท่าที่จำเป็น

            อีกหนึ่งข้อที่คุณในฐานะของที่ปรึกษาและผู้รับฟังปัญหาควรจะตระหนักเอาไว้เสมอ ก็คือการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาเท่าที่จำเป็นเท่านั้น อย่าได้ช่วยเหลือเขาเสมือนว่าเป็นปัญหาที่เกิดกับตัวคุณเองโดยตรง ไม่อย่างงั้นเรื่องยุ่ง ๆ และเรื่องชวนเครียดจะมาหาคุณโดยไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

 4. อย่ามองเป็นเรื่องเล่น ๆ

            ใครที่มีนิสัยติดเล่น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามแต่ก็มักจะมองเป็นเรื่องเล่น ๆ อยู่เสมอ จงหยุดไว้ก่อน เพราะคนที่เขามีปัญหากับชีวิต เขาย่อมไม่อยู่ในอารมณ์จะเล่นกับคุณด้วยแน่ ๆ แสดงให้เขาเห็นว่าคุณเป็นห่วงเขาจริง ๆ เพื่อที่เขาจะได้สบายใจมากยิ่งขึ้น



 5. แบ่งปันเรื่องราวดี ๆ อยู่เสมอ

            ถ้าคุณมีคำพูดดี ๆ ประโยคโดน ๆ ที่ฟังแล้วช่วยให้เกิดกำลังใจที่ดีมากขึ้น ก็ให้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ซะตอนนี้เลย เพราะอย่างน้อย ๆ ก็เป็นการแบ่งเบาความรู้สึกที่ย่ำแย่ของเขาได้อย่างดีเลยทีเดียว แถมยังจะช่วยให้เขาได้ลืม ๆ เรื่องราวอันเลวร้ายที่เกิดได้อีกด้วยนะ จะบอกให้

 6. เลี่ยงคำพูดที่จะนำไปสู่การทะเลาะวิวาท

            ต่างคนต่างก็มีภาวะทางอารมณ์ที่แตกต่างกันไป และยิ่งถ้ามีเรื่องให้ต้องเครียดหรือคิดมากด้วยแล้วล่ะก็ เรื่องของอารมณ์นี่ยากจะเข้าถึงจริง ๆ และในเมื่อเราไม่รู้ว่าอารมณ์เขา ณ ขณะนั้นเป็นอย่างไร ขอให้ระมัดระวังในเรื่องของการใช้คำพูดให้มากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทที่มีเหตุมาจากเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

 7. รู้จักตอบแทน

            ถ้าคุณได้รับคำพูดดี ๆ หรือของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ขอให้นำสิ่งดี ๆ เหล่านั้นไปให้กับคนอื่น ๆ ต่อไป การทำแบบนี้จะถือเป็นการแบ่งปันความสุขที่มีให้แก่คนรอบข้าง และจะกลายเป็นลูกโซ่แห่งความสุขที่จะมีการส่งต่อ ๆ กันไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด

 8. ไม่ปากสว่าง

            คนที่เขามีปัญหา เขามาปรึกษาคุณก็เพราะเห็นว่าคุณเป็นคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ ฉะนั้นอย่าปากสว่างหรือนำเรื่องทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นไปป่าวประกาศให้คนอื่น ๆ ได้รู้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นคุณจะกลายเป็นบุคคลอันตรายที่ไม่น่าคบหาด้วยเอาซะเลย




 9. เป็นผู้ฟังที่ดี

            สิ่งหนึ่งที่ควรทำอย่างมากถึงมากที่สุดเท่าที่จะมากได้นั่นก็คือ การเป็นผู้ที่รับฟังปัญหาที่ดี รับฟังด้วยความเข้าอกเข้าใจและมีเหตุมีผล ไม่ใช้อารมณ์ร่วมในการตัดสินเรื่องราวที่เกิดขึ้น อย่างน้อย ๆ ให้คิดซะว่าเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะถ้าเป็นเราที่มีปัญหาบ้าง ก็คงจะย่ำแย่อยู่ไม่น้อย.. จริงไหม ?

 10. รู้จักให้อภัย

            เรื่องอะไรที่แล้ว ๆ มาซึ่งผิดใจกันหรือเข้าใจไม่ต้องกันก็ขอให้ปล่อย ๆ ไปบ้าง อย่าถือสาหรือเก็บเอามาเป็นความเครียดแค้นให้หนักสมองและหมองใจ จะไม่มีสิ่งใดติดค้างในใจเราอีกต่อไป การรู้จักให้อภัยเป็นสิ่งที่ทำให้โลกสดใส เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดี ๆ ถ้าโกรธใครหรือมีความคิดในแง่ลบกับใครก็ลืม ๆ ไปบ้าง อย่าเก็บมาคิดให้เสียความรู้สึกเลย ปล่อยไปเถอะ แล้วคุณจะมีความสุขเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว

 11. ไม่เป็นครูที่หวงวิชา

            เรื่องไหนที่เขาไม่ถนัด หรือยังทำได้ไม่คล่องมือ แต่คุณคุ้นเคยและชำนาญการก็ลองสอน ๆ เขาไว้บ้าง คนเราเกิดมาไม่ได้รอบรู้ไปซะทุกด้าน ในมุมกลับกันคุณเองก็อาจจะมีเรื่องที่คุณไม่รู้แต่เขารู้ก็เป็นได้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนความรู้กันไป จะเข้าท่าเป็นที่สุด

 12. มีแรงบันดาลใจดี ๆ

            การมีแรงบันดาลใจดี ๆ จะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ช่วยให้สามารถจัดการเรื่องราวต่าง ๆ รวมถึงกระตุ้นให้ตัวเองได้มีความรู้สึกที่ดี ๆ อยู่เสมอ ๆ ฉะนั้นแล้ว มองหาสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิตและลองเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ ดี ๆ อยู่เสมอ ๆ แล้วแรงบันดาลใจพร้อมแรงกระตุ้นดี ๆ จะตามคุณเข้ามาเอง

 13. มีสมาธิ

            ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามแต่ การมีสติ มีสมาธิอันแน่วแน่ ก็จะนำมาซึ่งความประสบความสำเร็จอยู่เสมอ ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามแต่ทั้งเรื่องการเรียน หน้าที่การงาน และอื่น ๆ อีกสารพัดสารเพ ก็ขอให้ทำอย่างเต็มที่ มุ่งมั่น ตั้งใจ มีสติ จดจ่อและแน่วแน่เข้าไว้ รับรองเลยว่าความสำเร็จจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน



 14. รู้จักจดจำในเรื่องสำคัญ ๆ

            ในชีวิตนี้มีเรื่องราวมากมายให้ต้องจดจำกันมากมาย ไหนจะวันเกิดของคนสำคัญ เรื่องสำคัญที่ต้องทำ และเรื่องอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน ฉะนั้นแล้วจดจำให้ดี ถ้ากลัวลืมจดบันทึกไว้ หรือจะเมมใส่ในโทรศัพท์ไว้ก็ได้ จะได้เป็นเครื่องช่วยจำเพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาดเรื่องสำคัญ ๆ ในชีวิต

 15. ซื่อสัตย์กับตนเอง

            หลาย ๆ คนอาจจะบอกว่าทุกวันนี้ก็ซื่อสัตย์กับตัวเองดีอยู่แล้ว จะมาบอกกล่าวกันทำไม แต่เชื่อได้เลยว่า กว่า 80 % มักจะหลง ๆ ลืม ๆ และไม่ซื่อสัตย์กับตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ยกตัวง่าย ๆ เช่น การปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่พอมีเงินเข้าหน่อย หรือเจอของลดราคาถูกใจ ก็อดใจไม่ไหวเป็นอันต้องเสียเงินไปจนได้ ดังนั้นแล้วพยายามซื่อสัตย์กับตัวเองเข้าไว้ เพราะถ้าคุณทำได้ คุณก็จะสามารถให้ความซื่อสัตย์กับคนอื่น ๆ ได้ต่อไป

 16. มีความอดทน

            การมีความอดทนกับทุกสิ่งอย่าง ถือเป็นเรื่องดีที่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ แม้ว่าจะรู้สึกย่ำแย่หรืออึดอัดมากเพียงใดก็ตาม การมีความอดทนจะช่วยให้คุณได้มองเห็นปัญหาในมุมมองที่มากขึ้น ซึ่งนั่นจะช่วยให้คุณหาทางออกในการแก้ไขเรื่องราวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีทีเดียว



 17. ตอบกลับด้วย อย่าเพิกเฉย

            ถือเป็นข้อสำคัญที่ต้องใส่ใจและห้ามเมินเฉยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้าที่การงาน การเรียน หรือเรื่องที่ต้องติดต่อสื่อสารกับผู้คนอื่น ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการติดต่อกัน ข้อควรระวังที่ต้องหลีกเลี่ยงคือการเพิกเฉย เพราะการเพิกเฉยไม่เคยส่งผลดีอะไรเลย อาจจะทำให้อีกฝ่ายไม่รู้เรื่องหรือทุกข์ร้อนกระวนกระวายใจขึ้นได้ ตอบกลับไปบ้าง เพื่อให้อีกฝ่ายได้รู้เรื่องราวและความเป็นไปที่เกิดขึ้น ห้ามนิ่งเฉยเป็นอันขาด...จำไว้ !!

 18. เรื่องไหนไม่สำคัญก็ปล่อย ๆ ไปบ้าง

            ชีวิตนี้มีเรื่องให้คิดให้ทำมากมาย ฉะนั้นแล้ว คัดกรองเรื่องที่จะทำไว้บ้าง เรียงลำดับความสำคัญให้ดีว่าเรื่องไหนควรจจะจัดการก่อนหลัง ส่วนเรื่องไหนที่เป็นเรื่องไม่สำคัญอะไรมากมายนักก็ปล่อย ๆ ไปบ้าง อย่าเก็บมาทำให้เกิดความเครียดสะสม ชีวิตจะได้สบาย ๆ และลงตัวมากกว่าเดิม

 19. สร้างสิ่งเซอร์ไพรส์

            สร้างสีสันให้ชีวิตทั้งกับตัวคุณเองและคนรอบข้างด้วยการทำเซอร์ไพรส์ดี ๆ ขึ้นมาบ้าง อาจจะเป็นวันเกิด วันครบรอบ หรือวันสำคัญ ๆ ก็เข้าท่า การสร้างเรื่องเซอร์ไพรส์ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ช่วยให้คนอื่น ๆ ได้รู้ว่า อย่างน้อย ๆ ก็ยังมีคุณที่ยังคงให้ความสนใจกับตัวเขาอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อย่าได้มีเซอร์ไพรส์ให้บ่อยครั้งไปนัก ไม่งั้นจะกลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อไปโดยปริยาย

 20. มีความคิดแง่บวก

            การมีความคิดในแง่ลบมักเป็นเรื่องที่ชวนหงุดหงิดอยู่เสมอ ฉะนั้นแล้ว คิดแง่บวกเข้าไว้ มองเรื่องต่าง ๆ ในแง่ดี ๆ อยู่เสมอ จะเป็นสิ่งที่เข้าท่ากว่ากันเยอะเลย เมื่อคุณมีความคิดหรือมุมมองต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัวในด้านที่ดีแล้ว จะทำให้คุณมีความสุขตามมาด้วยอย่างแน่นอน

 21. มีการวางแผนในเรื่องต่าง ๆ

            การจะช่วยเหลือใครสักคนให้มีประสิทธิภาพและเป็นขั้นเป็นตอนก็ควรที่จะมีการวางแผนไว้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น การไปที่นู่นที่นี่ กินอาหารร้านนั้น ช้อปปิ้งร้านนี้ หรืออื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมาย วางแผนสักนิด จะช่วยให้จัดสรรชีวิตได้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ลงตัวและเป็นประโยชน์มากขึ้นตามไปด้วย 

 22. พูดคุยแบบปากเปล่า

            การพูดคุยกันโดยตรงแบบปากเปล่าถามไถ่ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น จะเป็นวิธีการที่ดีที่ช่วยให้เข้าใจได้อย่างง่าย ๆ และรวดเร็วที่สุด แต่ถ้าหากไม่สะดวกเจอหน้าพูดคุยหรือยังไม่พร้อมก็เขียนเป็นจดหมายหรือโน้ตเล็ก ๆ ดูก็ได้ วิธีนี้ก็ให้ความรู้สึกที่ดีเหมือนกันนะ



 23. โลกสวยด้วยรอยยิ้ม

            ลืมกันไปแล้วหรือยังว่าประเทศไทยของเราเป็น "สยามเมืองยิ้ม" ถ้ายัง ก็ช่วยกันสานต่อคำกล่าวนั้นก็เยอะ ๆ เถอะครับ ยิ้มเข้าไว้ ชีวิตนี้จะได้มีความสุข คิดง่าย ๆ เวลาที่เราเห็นใครสักคนยิ้มให้ เราก็จะรู้สึกดีและก็ยิ้มตามไปด้วยถูกไหมครับ ยิ้มเข้าไว้ เพราะยิ้มไม่เคยทำเรื่องเสีย ๆ หาย ๆ ให้ ลองยิ้มด้วยความเต็มใจก็จะพบว่ามันช่างแฮปปี้ที่สุดเลย

 24. ทำอาหารให้ทาน

            ถ้าใครที่มีฝีมือหรือเสน่ห์ปลายจวักด้านการทำอาหาร ก็ลองลงมือทำเมนูจานเด็ดไปฝากคนรอบข้างดูสักมื้อ ทำอาหารที่เขาชอบและเป็นประโยชน์ เพื่อให้เขารู้ว่ามีคุณที่แคร์เขาอยู่ รับรองเลยว่า เขาจะต้องทานอาหารฝีมือคุณอย่างมีความสุขและหมดเกลี้ยงในชั่วพริบตาเลยทีเดียว

 25. ติเพื่อก่อ

            บางครั้งถ้าคุณมีความคิดที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนั้น ๆ ก็ลองเสนอมุมมองของคุณให้เขาได้ทราบบ้างก็ได้ หรือหากมีเรื่องไหนที่เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรก็ควรที่จะติเตียน เพื่อเขาได้รู้ตัวและนำไปปรับปรุงต่อไป

 26. อย่าคาดหวังให้มากจนเกินไป

            เคยคาดหวังกับอะไรบางอย่างแบบมาก ๆ จนผลสุดท้ายก็เจ็บเพราะสิ่งนั้นไม่เป็นดังที่หวังกันไหม ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ขอให้ชีวิตแบบพอดี ๆ อยู่กับความเป็นจริงให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะการคาดหวังกับบางสิ่งแบบมาเกินไป ไม่เคยช่วยให้เกิดประโยชน์ใด ๆ ขึ้นเลย ค่อยเป็นค่อยไปจะดีเสียกว่า

        ทั้ง 26 ข้อที่ได้กล่าวไปนั้น ถือเป็นเคล็ด (ไม่) ลับดี ๆ ที่เราขอยืนยันว่าจะช่วยให้คุณสามารถดูแลและเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้นของคนรอบข้างคุณได้เป็นอย่างดี ซึ่งนั่นจะเป็นผลดีทั้งกับตัวคุณและคนรอบข้างของคุณมาก ๆ เลยด้วย 


kapook logo