กบน้อย คุยเรื่อง "ความรัก"

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แฟนเก่า...สิ่งที่อยากลืมแต่กลับจำ

 คิดถึง "แฟนเก่า"...ยังจำภาพของเราได้เสมอ...ไม่มีใครดีเท่าเขาอีกแล้ว...เรื่องราวของเธอยังวนเวียนอยู่ในสมองตลอด ฯลฯ เชื่อว่าคงมีหลายคนอยู่ในอารมณ์แบบนี้ ถึงแม้ว่า ณ ปัจจุบันจะมีใครอีกคน เข้ามายืนอยู่เคียงข้างแล้วก็ตาม

       

   love
   จริง ๆ แล้ว "ความคิดถึง" เป็นความรู้สึกดี ๆ ที่แสนพิเศษ ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจหากคุณยังรู้สึกคิดถึงแฟนเก่าอยู่ เพราะความผูกพันครั้งก่อนที่เคยทำร่วมกันมา มันก็ใช่ว่าจะจางหายไปได้ง่าย ๆ เพียงแค่ลองคิดถึงเขาหรือเธอให้น้อยลง และถ้ามันลืมไม่ได้ก็ไม่จำเป็นจะต้องลืม เพียงแค่เก็บเอาความรู้สึกดี ๆ ไว้คิดถึงกันบ้าง แต่ในสถานภาพที่เปลี่ยนไป อาจจะเป็นแบบเพื่อน พี่ชาย หรือน้องสาวก็ได้ (จริงไหม)

          แต่ทางที่ดีพยายามอยู่กับความรักในปัจจุบันน่าจะดีกว่า และอย่าลืมแคร์ความรู้สึกคนข้าง ๆ คุณบ้าง ลองหันไปดูซิว่า...คุณเอาใจใส่เขาหรือเธอได้ดีขนาดไหน ทำอย่างเต็มที่ด้วยความเต็มใจแล้วหรือยัง เผื่อวันหนึ่งข้างหน้าต้องมีเหตุให้เลิกรากัน คุณจะไม่ได้เกิดความรู้สึก "เสียดาย" ขึ้นมาอีกอย่างไรล่ะ 

          และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ควรเปิดใจรับเอาสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต อย่ามัวแต่ไปแบกเอาความทรงจำครั้งเก่าก่อน ที่คิดถึงเมื่อไหร่ก็ปวดใจ มาทำให้วันนี้และวันพรุ่งนี้ของคุณ ต้องจมอยู่กับความเศร้า เสียใจ วางมันลงและเงยหน้ายิ้มรับกับวันดี ๆ สิ่งดี ๆ อย่าง "คนรัก" ที่เข้ามาในชีวิตจะดีกว่าไหม 







ที่มา kapook

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ข้อดีและข้อเสียของความรัก


รัก...ทำ้ให้คุณยิ้มได้ตลอดเวลา

รัก...ทำใ้ห้คุณมีคนซับน้ำตายามท้อแท้

รัก...ทำให้คุณรู้จักคำว่าใส่ใจดูแล

รัก...ทำให้คุณปรับเปลี่ยนนิสัยแย่ ๆ ให้หายไป


รัก...ช่วยเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเิดิม

รัก...ช่วยเข้ามาเพิ่มเติมความสดใส

รัก...ช่วยให้ความหวังและกำลังใจ

รัก...ช่วยสอนให้รู้จักคำว่าอภัยต่อกัน


รัก...ให้ความอบอุ่นทั้งใจและกาย

รัก...ให้รู้ความหมายของการร่วมฝัน

รัก...ให้รู้ความหมายของคำว่าแบ่งปัน

รัก...ให้แ่ต่ละวันผ่านไปด้วยดี


รัก...ส่งให้คุณมีใครไว้คิดถึง

รัก...ส่งให้คุณลึกซึ้งกับชีวิตนี้

รัก...ส่งให้คุณสัมผัสความรู้สึกดี ๆ

รัก...ส่งให้คุณมีความสุขในทุกที่และทุกวัน


รัก...สอนให้คุณรู้จักคำว่าอดทน

รัก...สอนให้คุณใช้เหตุผลกับใครคนนั้น

รัก...สอนให้คุณไม่ใช้อารมณ์ต่อกัน

รัก...สอนให้คุณคงมั่นและฟันฝ่า


รัก...เปลี่ยนความเหงาเป็นความสนุก

รัก...เปลี่ยนความทุกข์เป็นความหรรษา

รัก...เปลี่ยนความเดียวดายเป็นข้างกายทุกเวลา

รัก...เปลี่ยนความเหว่่ว้าเป็นความห่วงใย


รัก...ทำให้คุณทานอะไรก็อร่อย

รัก...ทำให้คุณพบกับการรอคอยที่ยิ่งใหญ่

รัก...ทำให้คุณได้รู้ว่าชีวิตนี้ยังมีใคร

รัก...ทำให้คุณอยากใช้ลมหายใจเพื่อใครสักคน



เรามาดูข้อเสียของความรักกันบ้างดีกว่า...
1. ความรักทำให้คนตาบอด (ทำให้เรามองไม่เห็นว่า จะมีใครดีกว่าคนที่เรารัก)
2. ความรักทำให้นอนไม่หลับ (เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ในวันนี้ได้ทำร่วมกันมา)
3. ความรักทำให้เราไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น (เพราะเราเอาเวลาทั้งหมด ไปคิดถึงใครคนนั้น)
4. ความรักทำให้ขาดความเป็นส่วนตัว (ทำให้เราไม่อยากอยู่คนเีดียวโดยไม่มีเขาหรือเธอ)
5. ความรักทำให้ตาบอดสี (เพราะเราจะมองเห็นทุกอย่างเป็นสีชมพู)
6. ความรักทำให้รักตัวเองน้อยลง (ทำให้เรารู้จักคำว่า เสียสละ ทำเพื่อคนที่เรารัก แม้ตัวเองจะเป็นยังไงก็ตาม)
7. ความรักทำให้คนเห็นแก่ตัว (เพราะคนมีความรักส่วนใหญ่จะคิดว่า อยากให้มีแค่เราสองคน)
เพิ่มอีกข้อ
8. ความรักทำให้เพื่อนเลิกคบ (แต่ทะเลาะกับแฟนทีไร แมร่งไปให้มันซับน้ำตาให้ทุกที)  ไม่มีเวลาให้เพื่อน อยากไปสองต่อสองกับแฟน  ตอนคบกัน ถ้าเพื่อนว่าแฟนเราไม่ดี...เฮ่ย อิจฉาว่ากุมีแฟนอะดิ!  พอทะเลาะกับแฟน...กุผิดที่ไม่เชื่อน่ารักว่ะเพื่อน  เพื่อนคือเพื่อน เรื่องอะไรก็อภัยให้กันเสมอ

ที่มา sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ฉันมีค่า...แค่ไหนกันนะ

ความรัก

ข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          เป็นเรื่องธรรมดาที่ความเศร้า เสียใจ ทุกข์ และทรมาน จะถาโถมเข้าใส่ในขณะที่กำลังคุณตกอยู่ในภาวะอารมณ์ "เปราะบาง" จนรู้สึกว่า "ตัวเองช่างไร้ค่าซะเหลือเกิน" อาจเพราะบางคนตั้งความหวังกับความรักมากเกินไป จนสุดท้ายพอไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ ทำให้ความน้อยใจค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ และสุดท้ายมันก็มาบั่นทอนความนึกคิด ความรู้สึกของคุณ

          แต่ สำหรับบางคน ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยคาดหวัง ไม่เคยกดดัน ไม่เคยวาดฝัน แถมยังปล่อยให้ความรักค่อย ๆ เรียนรู้กันและกันด้วยตัวของมันเอง กลับยังตกอยู่ในภาวะอารมณ์ไร้ค่าได้เหมือนกัน นั่นเป็นเพราะเขาหรือเธอ กำลังตกอยู่ในความรู้สึก "เหงาใจ" ที่ถูกอีกฝ่ายละเลย ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ถึงแม้จะถูกบอก "รัก" อยู่ตลอด แต่การกระทำกลับเงียบหาย การไม่มีเวลาให้กันและกัน สามารถสร้างความรู้สึกเปราะบาง หวั่นไหว ให้อีกฝ่ายได้เหมือนกันนะ อย่าลืมว่าภาษากายกับภาษาใจ ต้องเดินไปพร้อม ๆ กัน

          อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นคนไม่มีค่าในสายตาใคร ๆ โดยเฉพาะกับคนรัก อย่าเอาชีวิตไปยึดติดกับใคร จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองช่างไร้ค่า เวลาที่เขาหรือเธอไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่เอาใจใส่ ไม่มีเวลาให้ ฯลฯ เราทุกคนมีสิทธิ์ที่เลือกเดินไปตามทางที่เรากำหนด ไม่ต้องรอให้ใครมาบอกว่าว่าคุณช่างแสนไร้ค่า

          จริง อยู่ว่าเขาหรือเธอเป็นส่วนหนึ่ง ที่เข้ามาเติมเต็มให้กับชีวิตคุณ ทำให้คุณรู้สึกสุข ทุกข์ ยิ้ม ร้องไห้ แต่อย่าลืมว่าเขาไม่ใช่ทั้งหมดในชีวิตของคุณ เมื่อไหร่ก็ตาม ที่คุณทั้งคู่ปล่อยมือจากกัน หันหลังให้กัน เลิกรากัน คุณและเขาหรือเธอก็คือ "คนอื่น" เพราะฉะนั้น อย่าไปสนใจกับคนที่เขาไม่เห็นค่าของเรา ลองหันไปมองรอบ ๆ ข้าง แล้วคุณจะรู้ว่า ยังมีคนที่เขามองดูคุณด้วยความรักและความห่วงใยคุณอยู่เสมอ ๆ ในพื้นที่ ๆ เคยยืนเสมอมา

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554

"วันแม่แห่งชาติ.. มาบอกรักแม่กันเถอะ"


คำว่า "แม่"




         




















 ในสังคมต่าง ๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญกับ "ความเป็นแม่" และคำเรียก
ผู้ที่ให้กำเนิดสมาชิกใหม่ของแต่ละสังคมส่วนใหญ่จะเป็นคำแรกที่เด็กสามารถ
เปล่งเสียงได้ก่อน "แม่" ดังนั้นความหมายของคำว่า "แม่" ทุกภาษาและ
วัฒนธรรมจะมีคุณค่าอย่างมาก และหากสังเกตจะพบว่า "แม่" เป็นเสียงที่เด็ก
สามารถเปล่งได้อย่างง่าย และเป็นคำแรกที่สามารถออกเสียงนั้นได้อย่างมีความหมาย 


      "แม่" เป็นคำโดดหรือคำไทยที่บ่งบอกความสัมพันธ์อันอบอุ่นลึกซึ้งระหว่าง
ผู้หญิงกับลูก แม่ หมายถึง ผู้มีพระคุณ ผู้ให้กำเนิด ให้น้ำนมลูกดื่มกิน ให้ความรัก
ความเมตตาและปกป้องดูแลลูกจนเติบใหญ่ คำว่า "แม่" มักถูกนำไปใช้ร่วมกับคำอื่นๆ
โดยมีความหมายแตกต่างกันออกไป พอจะแบ่งแยกออกได้เป็นประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 

  • 1. แม่ ในฐานะเป็นคำที่ใช้แบ่งแยกเพศและบ่งบอกบทบาท ฐานะ สถานภาพและอากัปกิริยาของผู้หญิง เช่น แม่… (น.) : คำเรียกหญิงทั่วไป เช่น แม่นั่น แม่นี่ ; แม่ค้า (น.) : ผู้หญิงที่ดำเนินการค้าขาย ; แม่ครัว (น.) : หญิงผู้ดูแลครัว หุงหาอาหาร ; แม่คู่ (น.) : นักสวดผู้ขึ้นต้นบท ; แม่นม (น.) : หญิงผู้ให้นมเด็กกินแทนแม่ ; แม่บ้านแม่เรือน (น.) : หญิงดูแลบ้านเรือน ; แม่แปรก (น.) : หญิงผู้จัดจ้านหรือเป็นหัวหน้ากลุ่ม ; แม่มด (น.) : หญิงหมอผี หญิงคนทรง หญิงเข้าผี ; แม่ยาย (น.) : คำเรียกแม่ของเมีย ; แม่ม่าย (น.) : หญิงที่มีผัวแล้วแต่ผัวตายหรือเลิกร้างกันไป ; แม่ยั่วเมือง (น.) : คำเรียกพระสนมเอกแต่โบราณ ; แม่ย้าว (น.) : หญิงผู้เป็นแม่เรือน ; แม่รีแม่แรด (ว.) : ทำเจ้าหน้าเจ้าตา ; แม่แรง (น.) : หญิงผู้เป็นกำลังสำคัญในการงาน, เครื่องดีดงัดหรือยกของหนัก ; แม่เลี้ยง (น.) : เมียของพ่อที่ไม่ใช่แม่ตัว, หญิงที่เลี้ยงลูกบุญธรรม ; แม่เล้า (น.) : หญิงผู้กำกับควบคุมดูแลซ่องโสเภณี ; แม่สื่อแม่ชัก (น.) : ผู้พูดชักนำให้หญิงกับชายรักกัน ; แม่อยู่หัว (น.) : คำเรียกพระมเหสี เป็นต้น 


  • 2. แม่ เป็นคำที่ใช้บ่งบอกฐานะของผู้ปกป้องคุ้มครอง เช่น แม่ย่านาง (น.) : ผีผู้หญิงผู้รักษาเรือ นางไม้ ; แม่ซื้อ, แม่วี (น.) : เทวดาหรือผีที่คอยดูแลทารก เป็นต้น 


  • 3. คำว่า แม่ ยังถูกนำมาใช้เรียกผู้เป็นหัวหน้าหรือเป็นนาย บ่งบอกฐานะของผู้มีอำนาจในการกำกับดูแลและควบคุม เช่น แม่กอง แม่ทัพ เป็นต้น


          อย่างไรก็ตาม ความหมายหลักของคำว่า แม่ ก็คงหนีไม่พ้นการเป็นผู้ให้ชีวิตหรือหญิงผู้ให้กำเนิดบุตร หญิงผู้ปกป้องคุ้มครองและดูแลรักษา สังคมไทยยังใช้คำว่าแม่ตามความหมายนี้เรียกสิ่งดีงามตามธรรมชาติอื่น ๆ เพื่อยกย่องเทอดทูนในฐานะผู้ให้กำเนิดและหล่อเลี้ยงชีวิต เช่น แม่น้ำ แม่โพสพ แม่ธรณี เป็นต้น ความหมายของคำว่าแม่ในลักษณะเช่นนี้แสดงให้เห็นชัดอย่างชัดเจนว่าสังคมไทยแต่โบราณมายกย่องและให้เกียรติสตรีเพศผู้เป็นแม่ ตระหนักในบทบาทหน้าที่และบุญคุณของแม่ต่อชีวิตของลูก ๆ ตลอดมาทุกยุคทุกสมัย
     
          ในบริบทของสังคมวัฒนธรรมไทย แม่ คือ ผู้เสียสละความสุขส่วนตนเพื่อลูก ๆ คอยดูแลเอาใจใส่และประคบประหงมลูกจนเติบใหญ่ ความรักของแม่ถือว่าเป็นความรักที่บริสุทธิ์ สังคมไทยมักพูดถึงแม่ในฐานะของผู้ที่รักลูกยิ่งชีวิต พร้อมจะตกระกำลำบากเพื่อลูกของตนโดยไม่สำนึกเสียใจ นางจันทร์เทวีถูกขับออกจากเมือง ต้องระเหเร่ร่อนไร้ที่ซุกหัวนอนเพราะคลอดลูกเป็นหอยสังข์ แต่นางก็ยังรักและเฝ้าทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงโดยไม่เคยคิดรังเกียจเดียดฉันท์แม้แต่สัตว์อย่างนางนิลากาสร ก็ยังรักและหวงแหนลูกอย่างทรพี ปกป้องลูกของตนมิให้ถูกฆ่าดังเช่นลูกของตัวอื่น ๆ

          แม้ว้าโดยทั่วไปแล้ว คำว่า "แม่" จะบ่งบอกความหมายของการเสียสละ ความรักและความผูกพันที่ผู้หญิงที่มีต่อลูกของตน แต่การที่สังคมไทยมีลักษณะวัฒนธรรมเฉพาะที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละชนชั้น ทำให้ความหมายของการเป็นแม่ ตลอดจนบรรทัดฐาน แบบแผน พฤติกรรมและบทบาทฐานะของผู้หญิงในวัฒนธรรมของแต่ละชนชั้นย่อมแตกต่างกันไป

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก kapook.com ครับ

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ความทรงจำที่ค้างคา... คำถามที่ค้างใจ..

ในช่วงชีวิตไม่สั้นไม่ยาวของคนเรา
อาจจะมีเรื่อง...ทั้งดีและร้ายปะปนกัน
ความสัมพันธ์ของคนเราก็เฉกเช่นชีวิต
ที่มีทั้งดีและร้าย
หาก...มีหลายชีวิตได้ในเวลาเดียวกัน
เท่านั้นเอง...

เชื่อลึกๆในใจว่าความสัมพันธ์คือการลงทุนคือการเสี่ยง...โอกาสได้และเสียมีเท่ากัน
ผู้ลงทุนมีได้หลายประเภท
ตั้งแต่...กล้าได้กล้าเสีย
ไปจน...ไม่กล้าลงมือทำอะไรเลย
ช่างน่าแปลกนัก...
คนกล้าได้กล้าเสียอาจจะรุกสุดตัว
แต่โอกาสเสียก็ใช่ว่าน้อยลง
คนไม่กล้าลงมือทำอะไรเลย
โอกาสได้...ก็ไม่ได้มากขึ้น
...ความสัมพันธ์ก็เหมือนใจคนที่ลึกล้ำ
เป็นเรื่องที่...อธิบายไม่ได้จริงๆ

เคยคิดลองดีท้าทายกับความสัมพันธ์
แหกกฏซึ่งก็ไม่เคยตายตัวอยู่แล้วออกไปนอกข่าย
ปล่อยให้ทุกอย่างผิดรูปผิดรอย
แล้ววันนี้...มันก็ย้อนมาตอบแทนกันได้สาสม
คล้ายจะบอกให้จำเป็นบทเรียน
ที่...กล้าล้อเล่นกับความสัมพันธ์
ความสัมพันธ์ในทุกรูปแบบของคนเรา
ทั้งที่สั้น...จนน่าตกใจและที่ยาว...จนไม่น่าเชื่อ
ทั้งที่ดี...จนน่าปลาบปลื้มและร้าย...จนทำให้เสียน้ำตา
ความสัมพันธ์ทุกครั้งได้บอกและฝากบางสิ่งไว้ไม่ไกลในตัวเรา
สิ่งนั้น...คือความทรงจำเหมือนเป็นวงเวียนห่วงโซ่
เมื่อมีความสัมพันธ์ที่ดีและไม่ดี
ความทรงจำก็มีทั้งดีและไม่ดีตามไปด้วย
แต่มันก็คือ...บทหนึ่งของชีวิตทั้งนั้น

คนทุกคนต้องก้าวเดินต่อจนกว่าจะถึงสุดทาง
บางคนเลือกที่จะทิ้งทั้งความสัมพันธ์และความทรงจำที่ไม่ดี
...ไว้ข้างหลัง
แต่บางคน...ก็เลือกที่จะเก็บติดตัวไปจนวันตาย
หากก็มีความสัมพันธ์และความทรงจำบางประเภท
ที่แยกไม่ออกเสียทีว่า...ดีหรือร้าย
มันกลางๆ...แปลกๆ...บอกไม่ถูก
จะว่าดี...ก็ใช่ ร้ายก็...ไม่เชิง

สำหรับฉันแล้ว มันคือความทรงจำประเภทที่
คนที่เคยรักและดีต่อกัน...ไม่ว่าจะในรูปแบบไหน
เพื่อน...คนรัก...ครอบครัว...หรืออะไรก็ตาม
ทำร้ายกันได้หน้าตาเฉย
ความทรงจำประเภทนี้จะค้างคา
จะตัด...ก็ไม่ได้ จะเก็บ...ก็ไม่ดี
เพราะจะอย่างไรก่อนหน้านี้ก็มีแต่ภาพดีดี
แต่ภายหลังให้มาแต่ความรู้สึกแย่ๆ
จะตัดก็ตัดไม่ลงทั้งหมด จะเก็บมันก็เสียดแทงใจ
มันจึงตามมาด้วยคำถาม...ที่อาจไม่มีคำตอบ
ทำไม...เขา...ถึงทำกับเราได้ขนาดนี้

ความสัมพันธ์นั้นจึงกลายเป็น...
ความทรงจำที่ค้างคาและคำถามที่ค้างใจ

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

"ถ้าอยากให้รักจริงจัง ต้องรู้จังหวะจริงใจ"

ถ้าอยากให้รักจริงจัง ต้องรู้จังหวะจริงใจ (ใยไหม)

          "อย่าเสียเวลาชีวิตไปกับคนที่ยังไม่คิดลงเอยกับใคร เพราะไม่ว่าเขาจะรักเราแค่ไหน เราก็เป็นได้เพียงทางผ่าน ผ่านมาเพื่อผ่านไปเท่านั้นจริง ๆ" 

           อย่าคิดว่าการที่เขารัก แล้วเราจะไม่ถูกทิ้ง 
           อย่าคิดว่าการที่เขารัก แล้วเราจะได้เป็นคู่ชีวิตตัวจริง

          สิ่งที่ทำให้ผู้หญิงทั้งโลกเจ็บปวด ก็คือเรารักเขา อยากหยุดที่เขา อยากสร้างชีวิต อยากสร้างครอบครัว ในขณะที่อีกฝ่ายก็รักเรานะ แต่เขายังไม่ได้คิดที่จะหยุด

          เคยถามผู้ชายคนหนึ่ง ที่คบกับผู้หญิงคนหนึ่งแค่หกเดือนแล้วแต่งงาน ในขณะที่กับแฟนเก่าของเขา คบกันมาห้าปี รักกันมากมาย ก็ไม่มีวี่แววว่าจะแต่งงาน จนฝ่ายหญิงทนไม่ไหวขอเลิก แต่กับผู้หญิงคนใหม่คบไม่กี่เดือนก็แต่ง ทำให้หลายคนเป็นห่วง ว่าใจเร็วไปหรือเปล่า แม้แต่พ่อแม่เขาเองยังตกใจ ว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ทำไมต้องรีบแต่ง น่าจะลองคบกันสักสองปี ดูกันให้แน่ใจก่อน

          ความจริงที่เจ็บปวดก็คือ เขาตอบว่า กับแฟนเก่าคบเพื่อคบ ไม่ได้คบเพื่อแต่งงาน เพราะตอนนั้นจังหวะชีวิตไม่มีความแน่นอน ยังไม่รู้จะเอายังไงกับตัวเอง ยังไม่ได้คิดเรื่องจริงจังกับใคร แต่กับผู้หญิงคนนี้ สถานการณ์มันต่างกัน เพราะจังหวะชีวิตมันลงตัว ทั้งเรื่องาน เรื่องที่อยู่ ที่สำคัญรู้สึกว่าพอแล้วกับชีวิตไร้สาระ ตอนนี้อยากแต่งงาน อยากมีลูก อยากสร้างครอบครัว และผู้หญิงคนนี้ก็คือคนที่เดินเข้ามาในชีวิตเขาแบบถูกจังหวะ มาในจังหวะที่เขาจริงจังกับความรัก จริงจังกับชีวิต อยู่ในอารมณ์ที่อยากมีครอบครัวมากแล้ว ใครก็ได้ช่วยมาแต่งด้วยที เหตุผลมันก็มีอยู่แค่นั้น 

          ที่ผู้หญิงหลายคนสงสัย ว่าทำไมคนรักเราเรื่อย ๆ เฉื่อย ๆ ไม่เคยเก็บเงิน ไม่เคยคิดเรื่องอนาคต มีเงินเท่าไหร่ใช้หมด แถมยังชอบเที่ยวกลางคืน ศุกร์เมา เสาร์นอน อาทิตย์ถอน จันทร์ลา ไม่เคยคิดถึงความก้าวหน้า เงินเดือนไม่เคยพอใช้ ชอบสร้างหนี้ ติดเพื่อน ชอบสนุกสนานเฮฮา รักงานปาร์ตี้ บ้าบอล หมกมุ่นกับงานอดิเรกที่ถลุงแต่เงิน ทั้งที่เขาก็เป็นผุ้ชายปกติ เป็นคนดีคนหนึ่ง 

          เหตุผลง่าย ๆ สั้น ๆ แต่ได้ใจความครบถ้วนก็คือ เขายังไม่คิดจริงจังกับชีวิต และไม่ได้คิดจริงจังกับความรัก แล้วถ้าพฤติกรรมของเขายังเป็นอย่างที่กล่าวข้างต้น เชื่อได้เลยว่าคงอีกนานมาก ที่เขาจะคิดจริงจังกับใคร หากคิดจะรัก คิดจะรอต่อไป คงต้องทำใจไว้ให้ดี 

          "ถ้าเราเข้าไปในชีวิตเขา ในจังหวะที่เขาเริ่มจริงจังกับความรัก พวกผู้ชายจะไม่สนใจเลยว่า เราเป็นใคร มาจากไหน คู่ควรกับเขาแค่ไหน แค่รู้สึกว่าไปกันได้ ไม่ต้องดีมากมาย ไม่ต้องสวยเหมือนนางฟ้า แค่ผู้หญิงธรรมดาที่พร้อมเดินไปข้างหน้ากับเขา เท่านั้นก็พอแล้ว"


ที่มา http://www.kapook.com

" ความรัก กับ การให้ "




เมื่อเรายังคงวนเวียนอยู่ในวงเวียนของความรัก รอบแล้วรอบเล่า
ก็ยิ่งจะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงมากขึ้น เกิดพลังดึงดูดความรักแรงขึ้น

  
รักอะไร รักใครก็จะพยายามดึงดูดสิ่งนั้นเข้าหาตัวเองอย่างไม่มีแรงผ่อน
จึงถูกสายใยแห่งรักนั้ดึงรัดให้ต้องเจ็บปวดไปตามๆ  กัน

เหมือนกับกีฬาชักกะเย่อ  ที่ผู้เล่นต่างดึงเชือกเข้าหาตัวเอง
แล้วออกแรงดึงให้มาก  นั่นหมายถึง  ...เขาต้องเจ็บมือมากขึ้น...


ฝ่ายใดไม่อยากถูกเชือกรัดมือให้เจ็บปวด  เขาก็ผ่อนเชือก
หรือปล่อยเชือกนั้นเสีย  แน่นอนว่าเขาจะไม่ได้รับเสียงปรบมือจากแรงเชียร์
แต่เขาได้รับความปลอดภัยเป็นรางวัลสำหรับตัวเอง


ใครต้องการชนะในเกมรักนี้  ก็จะยึดความรู้สึกนั้นเอาไว้ให้แน่นออกแรงดึงให้มาก
ความรักของคนประเภทนี้มักจะอึดอัด   เจ็บปวดกันทั้งสองฝ่าย
คือ ฝ่ายรักและฝ่ายถูกรัก  ยิ่งผูกพันกันนานวันเข้า  ก็ยิ่งถูกเกลยวรัก เกลียวเสน่หา
เกลียวแห่งความหึงหวง  บีบรัดจนรู้สึกอึดอัด  บางคนขาดใจตายด้วยแรงบีบรัดนั้น
บางคนแม้จะไม่ขาดใจตาย  แต่ก็มีชีวิตอยู่อย่างเจ็บปวด  ทรมาน  ทุรนทุราย
ด้วยแรงบีบรัดจากเส้นใยแห่งความรักอย่างน่าเวทนา

ถ้าใครต้องการมีสวัสดิภาพจากความรัก จึงควรมี   "รักคือการให้"
จะเป็นทุกข์น้อยกว่า ความรักประเภทรอรับอย่างเดียว

รักคือการให้  จะทำให้อบอุ่น   ไม่ร้อนรน จนแทบจะถูกเผาไหม้
รักคือการให้  จะทำให้รู้สึกปลอดภัยไม่ใช่รู้สึกหวาดระแวงกังวลไปต่างๆ นานา 

                       และอ่อนใจ
รักคือการให้  จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายหายเหนื่อย ไม่เหน็ดเหนื่อยจนเหนื่อยหน่าย

                      และอ่อนใจ

อย่าลืมว่า...ไม่ควรให้รักบีบรัดเรามากจนเกินไป
ต้องรู้จักผ่อนคลายความรักบ้างเพราะนั่น ...จะเป็นอิสรเสรีภาพที่แท้แห่งใจ

อย่าฝั้นเกลียวแห่งความรัก  ให้รัดแน่นเกินไป  จนยากแก่การผ่อนคลาย
อย่าดึงเส้นใยแห่งความรักให้ตึงเกินไปจนขาดผึงไปในที่สุด


มิฉะนั้น... คุณจะมีความรักอยู่อย่างอึดอัดทรมาน
หรือไม่ก็ต้องสูญเสียความรักไปอย่างน่าเสียดาย


เครดิต  :  fw.moomthai.com

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

รักคนที่รักเรา หรือ รักคนที่เรารัก

มีหลายสิ่งหลายอย่างในการดำเนินชีวิตที่เราต้องเป็นคนเลือกและตัดสินใจเอง เลือกทางเดินเอง หากเลือกเดินถูกทางถูกคุณก็แฮปปี้มีความสุขดี ไปแต่ถ้าหากคุณเดินผิดทางหละ..! ผลตอบแทนที่คุณได้ย่อมเกิดความเจ็บปวดรววกับท่อนไม้ที่ปักลงกลางอก มีหลาย ๆ คนยังตัดสินใจไม่ได้ว่า ระหว่าง รักคนที่รักเรา กับ รักคนที่เรารัก เราจะตัดสินใจเลือกอันไหนดี..!
งั้นคุณลอง นั่งและใช้วิจารณญาณของคุณ ลองคิดและลองทบทวนความรู้สึกของคุณ ถามใจตัวเอง ถ้าเลือกทางนี้แล้วจะส่งผลอย่างไรกับชีวิตคุณ และคุณแคร์ความรู้สึกของอีกฝ่ายมากเท่าไร่ อยู่กับเค้าแล้วความสุขไหม๊หรือคุณแค่รู้สึกผิด ถ้าคุณมีความรู้สึกดี ๆ ให้เค้าคนนั้นแสดงว่าคุณรักเค้า..แต่ถ้าคุณจะเลือกคนที่เค้ารักคุณดดยที่คุณยังรักอีกคนอยู่ อย่ายื้อเค้าไว้เลย และอย่ารักเพราะรู้สึกว่าผิด รู้สึกว่าทำร้ายเค้า เพราะนั่นมันคือความทุกข์ที่คุณก้าวเข้ามาและมันจะยังคงติดตัวของคุณไปตาบนานเท่านาน..

"ข้อคิด ข้อเตือนใจ เรื่องความรัก"

1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง

2. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ท่าน ประทานมา

3. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความ รู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว

4. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป

5. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลงประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้นแต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่เปิดไว้รอ 
6. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกัน อย่างประทับใจที่สุด

7. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา

8. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง

9. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ

10. อย่าบอกลาถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจ

11. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน 
12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

13. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้

14. มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขา มาจากความฝันเพื่อกอดเอาไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น

15. ฝันถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไปในที่ที่คุณต้องการไป เป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ

16. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข

17. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน

18. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด คำว่ารักอาจเยียวยาและทำให้มีสุข

19. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่ามันเป็นเพียงภาพสะท้อนของตัวเรา ที่ปรากฎในพวกเขา 
20. คนที่มีความสุขที่สุดไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก

21. ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่ พยายามแล้ว เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่า-ของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิต

22. ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา

23. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่แสนเจ็บปวด คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ

24. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ

25. ความรักก็เหมือนกับการเสี่ยง คุณอาจจะต้องพบกับความล้มเหลว แต่ถ้าคุณไม่เสี่ยง คุณก็อาจจะต้องพบกับความล้มเหลวตลอดไป

26. ความรัก มักเหมือนแก้วบาง ถ้าหากคุณมือหนัก แก้วที่คุณถือ ก็อาจจะต้องแตกร้าวทุกครั้งที่คุณใช้มัน

27. ความรัก ง่ายที่เราจะหามัน แต่ยากที่จะรักษาเอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป



ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก yenta4.com ด้วยนะครับ^^

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

"หัวใจกับสมอง"



มีบางครั้ง ที่ชีวิตเราเกิดรู้สึกประทับใจใครสักคน
ในเวลาที่เราไม่อาจจะทำอะไรได้
แม้มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย... เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ที่เราจะสามารถพบใครคนหนึ่งที่สามารถตอบตัวเองได้ว่าเป็นคนที่ตามหามาตลอด
และมันก็ยากพอๆกับการ ..ตัดใจ

"ความรัก" เป็นความรู้สึกที่บางครั้งก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของความคิด
เราจึงสามารถรู้สึกได้ รักได้โดยใช้หัวใจรัก
แต่ขณะเดียวกัน การแสดงออกและการกระทำต่างๆนั้น
กลับต้องใช้หัวใจและสมองไปพร้อมๆกัน
หัวใจ...จะคอยบอกว่าเรารักได้ เพราะมีสิทธิ์ที่จะรัก
สมอง... จะบอกว่ารักแล้ว จะสามารถแสดงออกได้แค่ไหน

เครดิต :dek-d.com

"รัก" หรือ "แค่ผูกพัน"

มีหลายคนที่สับสนกับคำสองคำนี้
ความรัก กับ ความผูกพัน มันคืออะไรนะ ต่างกันอย่างไร


ความรัก กับ ความผูกพัน เหมือนกันมั้ยนะ
ถ้าไม่มีความผูกพันก็เกิดความรักได้นี่นา แต่ถ้าเกิดความรัก
แล้วไม่มีความผูกพันล่ะ จะเป็นไปได้รึเปล่านะ
สำหรับเรา ความรักกับความผูกพันไม่เหมือนกัน
"มันแตกต่างกัน"
ความรักเกิดขึ้นได้เสมอ ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าเมื่อไหร่ ที่ไหน กับใครก็ตามบางครั้งเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว และไม่สามารถตอบได้ความรักคือการให้ การทุ่มเท การให้ความรู้สึกดีๆ ให้สิ่งที่เกินพอสำหรับใครซักคนที่เรารัก การทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้คนที่เรารักมีความสุขจนเหมือนกับว่าคนๆ นั้นเป็นคนที่พิเศษกว่าคนอื่น(ซึ่งจริงๆ แล้วก็ใช่)

ความรักจึงเป็นการทำเพื่อคนๆ หนึ่ง ซึ่งไม่ว่าเมื่อไหร่ เวลาไหนสำหรับคนที่เรารัก ความคิดถึง ความเป็นห่วงจะเกิดขึ้นตลอดเวลาเราจะห่วงว่าเขาไปที่ไหน ไปกับใคร ความรักเกิดขึ้นได้แม้เพียงพบกันแค่นาที แค่เห็นหน้าเพียงครั้งแรก ครั้งเดียวความรักไม่จำเป็นต้องใช้เวลา แต่การจะทำให้ความรักคงอยู่หรือเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่นั่นต่างหาก เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา และนำความผูกพันใส่ลงไปเพราะความผูกพันเป็นสิ่งที่ทำให้คนสองคนได้รู้จักกันมากขึ้นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนสองคนปรับตัวเข้าหากันความรักจะคงอยู่ได้ หากความผูกพันเกิดขึ้นความผูกพันนั้นต่างกับความรัก เพราะการผูกพันกับใครซักคนไม่จำเป็นที่เราจะต้องรักสำหรับความผูกพัน มันคือความรู้สึกคิดถึงช่วงเวลาหนึ่งที่เคยเกิดขึ้น การที่เราคิดถึงคนๆหนึ่งเวลาที่เราจากกัน ิ เวลาที่ไม่ได้พบ ไม่ได้พูดคุย นั่นไม่ใช่ความรักเราไม่ได้ทำสิ่งใดเพื่อเค้า
เราไม่ได้ต้องการให้สิ่งใดกับเค้าไม่ได้ห่วงว่าเขาจะไปกับใคร เมื่อไหร่ หรือที่ไหนแต่เราเพียงแค่คิดถึง ความทรงจำที่ดี เวลาที่เคยอยู่ด้วยกันดังนั้น ความผูกพันจึงเป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการใช้เวลามันเป็นความทรงจำ เป็นความรู้สึก และไม่ใช่ความรักเพราะเกิดได้กับทุกคน กับเพื่อน พี่ น้อง หรืออาจเป็นใครก็ตามที่ครั้งหนึ่งเคยใช้เวลาอยู่ร่วมกันมันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความคิดถึง และเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เกิดความรักนั่นเองทั้งความรักและความผูกพัน เป็นสิ่งที่ควรมีอยู่ร่วมกันถึงแม้ว่ามันจะแตกต่างกันก็ตาม สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่าเราจะแยกมันออกจากกันได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง
ว่าอันไหนคือความรัก อันไหนคือความผูกพัน เพราะจริงๆแล้วมันแทบจะไม่ต่างกันเลย เพราะทั้ง 2 สิ่งควรจะมีอยู่คู่กัน
ปัญหาของความรักกับความผูกพันอยู่ตรงที่บางคนไม่สามารถแยกได้ว่า ความรักกับความผูกพันต่างกันตรงไหน
ความสับสน ความลังเล จะเกิดขึ้น ถ้าหากวันนึงคุณรักใครซักคน และมีความผูกพันกับใครอีกคนคุณจะตอบตัวเองได้หรือเปล่าว่าคุณจะเลือกใคร หากคุณคิดว่าคนที่คุณผูกพันคือคนที่คุณไม่สามารถลืมเค้าได้และคนที่คุณรัก คุณก็ไม่สามารถเลิกรักเค้าได้เช่นกันจำไว้ว่า… จงเลือกคนที่หัวใจของคุณต้องการ อย่าใช้คำว่าถูกหรือผิดเพราะมันใช้กับความรักไม่ได้ แต่จงใช้หัวใจของคุณเองหากคุณต้องการค้นหาใครซักคนที่จะอยู่เคียงข้างคุณไปตลอดชีวิต






ขอบคุณ:http://webboard.zubzip.com

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

"ผิดหวังในรัก" กับ "รักคนมีเจ้าของ" อันไหนเจ็บกว่ากัน



นอกจากเรื่องเรียน ที่เครียด จนไม่ได้กิน ไม่ได้นอนแล้ว

เรื่องของความรักก็ย่ำแย่ มันจะมีอะไรร้ายๆ ให้ต้องฟันฝ่าอีกไหมเนี่ย

กับความรักที่เดินทางมายาวไกล จนถึงจนสุดท้าย ที่ไม่มีใครอยากให้เป็น แต่ ก็เป็นไปแล้ว เคยมีคนบอกว่า เหมือนเราเพิ่งออกจากคุก ตอนแรกก็ ยัง งง งง ไม่รู้จะไปทางไหน พอเวลาผ่านไป มันจะดีขึ้น อย่าเก็บมาคิด เออ พูดง่าย แต่ทำยากนิ

พอรักครั้งใหม่กำลังจะเริ่ม ก็ ไปชอบคนมีเจ้าของซะนี่ ที่สำคัญเค้ากำลังจะแต่งงาน โห ได้ยินทีไร เจ็บจี๊ดๆ ทุกที อิจฉาทุกครั้งที่ได้ยิน แต่งงานครั้งนึงเคยเป็นความฝันที่สวยงาม แต่ตอนนี้มันไม่เหลืออะไรไว้ให้ฝันอีกแล้ว

อาจเป็นเพราะ เค้าเข้ามาในช่วงที่เรากำลังอ่อนแอ เราอยากยึดใครสักคน ไว้เป็นเพื่อน เป็นกำลังใจ แต่พอเวลาผ่านไป มันก็เริ่มผูกพันธ์ ที่จริง เค้าก็ไม่ได้คิดอะไรนอกจากความเป็นเพื่อน มีแต่เราที่คิดไปเองฝ่ายเดียว

เศร้ามั้ยล่ะ เศร้าดิ แต่ทำใจได้
"แค่มีเค้าไว้เป็นเพื่อน ไม่ได้คิดจะไปแย่งใคร ไม่คิดจะทำอะไรมากไปกว่า
มีใครซักคนที่ถูกใจ ได้คุยด้วย ก็พอแล้ว เราจะหวังอะไรมากไปกว่านี้ได้"

ขอบคุณ:http://www.bloggang.com

อาการ"เสียSelf"เมื่อคุณแอบรักใครสักคน(+).(+)


แน่นอนว่า..!
เรื่องราวความรักของคุณจะต้องมีครั้งแรก และเมื่อคุณแอบรักใครสักคน
คุณจะสูญเสียความเป็นตัวเอง หรือที่เรียก กันติดปากว่า เสียSelf  ( การสูญเสียความเป็นตัวเอง) เช่น เขินซะจนหน้าแดง แอบยิ้มอยู่คนเดียว หรือในช่วงเวลานั้นหัวใจของคุณกำลังเบิกบานอย่างเต็มที่อย่างที่ไม่เคยป็นมาก่อนจะทำอะไรในช่วงนั้นก็มีความสุขไปหมด ฯลฯ ในความคิดของคุณหรือจากประสบการณ์ของคุณเคยมีอาการเสียself ไหม๊ ถ้ามีหละเป็นแบบไหน..?